นาย เวืองดิ่งเหวะ กับนาย Linsay Hoyle

หลังพิธีต้อนรับ นาย เวืองดิ่งเหวะ ได้เจ้าร่วมการเจรจากับนาย Linsay Hoyle โดยนายเวืองดิ่งเหวะได้แจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ของเวียดนาม ที่ได้เปิดประเทศอีกครั้งหลักจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และมีการขยายตัวเป็นบวก โดยตั้งเป้าว่าจีดีพีในปีนี้จะบรรลุร้อยละ 7 สามารถควบคุมเงินเฟ้อและเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ อีกทั้งย้ำว่า อังกฤษเป็นประเทศมหาอำนาจระดับโลกและมีบทบาทที่สำคัญในนโยบายต่างประเทศของเวียดนาม เวียดนามสนับสนุนและพร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้อังกฤษขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียน

ส่วนนาย Linsay Hoyle ประธานสภาล่างอังกฤษได้แสดงความหวังว่า เวียดนามจะส่งเสริมบทบาทและเสียงพูดที่สำคัญในฟอรั่มพหุภาคีและในปัญหาระดับโลก อีกทั้งแสดงความชื่นชมต่อการพัฒนาที่น่าประทับใจของเวียดนาม การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความพยายามฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ส่วนในการมุ่งสู่การฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีความหมายต่อการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า การลงทุนและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนคณะผู้นำระดับสูง

การเจรจาระหว่างสองฝ่าย

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาระดับโลก เช่น การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลอบค้ามนุษย์ การต่อต้านการฟอกเงินและความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศที่พัฒนาต้องมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามพันธกรณี รวมทั้งช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความร่วมมือของทั้งสองประเทศในกลไกพหุภาคี เช่น สหประชาชาติ การประชุมเอเชีย-ยุโรปหรืออาเซมและกรอบความร่วมมืออาเซียน-อังกฤษ.