นี่เป็นการขยายมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทและหน่วยงานในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของรัสเซีย ทำให้จำนวนบุคคลและหน่วยงานที่ถูกอียูคว่ำบาตรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3,000 ราย เป็นกว่า 4,500 ราย ซึ่งครอบคลุมทั้งอู่ต่อเรือ บริษัทด้านการบิน ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ซ่อมแซมยานเกราะ และบริษัทในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ

นาง คายา คัลลัส ผู้แทนระดับสูงของอียูด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคง เผยว่า หน่วยงานกว่าครึ่งหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้าในบัญชีคว่ำบาตรครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะทำให้รัสเซียเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น รวมทั้งต้องใช้เวลาและต้นทุนเพิ่มขึ้นในการผลิตอาวุธประเภทต่างๆที่นำมาใช้ในการโจมตียูเครน.