นี่คือคำสั่งของรองนายกรัฐมนตรี ฝ่าม ยา ตุ๊ก ในพิธีรำลึกครบรอบ 30 ปีการก่อตั้งคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจยุงก๊วตและนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดกว๋างหงาย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 15 สิงหาคม ที่จังหวัดกว๋างหงาย
เขตเศรษฐกิจยุงก๊วตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญระดับชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักด้านการเติบโตของจังหวัดกว๋างหงาย โดยมีโรงกลั่นน้ำมันยุงก๊วต เป็นแกนหลัก ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2009 และจนถึงปัจจุบันได้สร้างรายได้เข้าสู่งบประมาณแผ่นดินแล้วกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายและยกระดับโรงงาน ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการกลั่นปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และพลังงานแห่งชาติภายในปี 2030
ในการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่าม ยา ตุ๊ก เสนอให้จังหวัดกว๋างหงายปรับเปลี่ยนแนวคิดด้านการดึงดูดการลงทุน จากการมุ่งเน้นปริมาณและขยายตัวในวงกว้าง มาเป็นการให้ความสำคัญกับนักลงทุนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มสูง และสร้างงานจำนวนมาก พัฒนาระบบนิเวศด้านการกลั่นปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ไฮโดรเจน ก๊าซธรรมชาติเหลว การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน ตลอดจนเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน รวมถึงพัฒนาเหล็กคุณภาพสูง เหล็กชนิดพิเศษ วิศวกรรมเครื่องกลที่มีความแม่นยำสูง และวัสดุใหม่
รองนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึก ระบบถนน ระบบรถไฟ การขนส่งทางอากาศ และการขนส่งหลายรูปแบบ เพื่อพัฒนาให้ยุงก๊วตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางทะเลที่มีความคล่องตัว พร้อมด้วยเศรษฐกิจแบบบูรณาการที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมและหลากหลายสาขา ซึ่งมีความสำคัญต่อทั้งประเทศและภูมิภาค.
