ชากลิ่นดอกบัวคือของขวัญที่มีค่าของผืนแผ่นดินทังลองฮานอยที่มีอายุนับพันปี การผสานระหว่างรสชาดธรรมชาติของชาเขียวบวกกับกลิ่นหอมของดอกบัวในทะเลสาบโห่เตยได้สร้างความหลงใหลและกลายเป็นความภาคภูมิภใจของชาวฮานอย

การกรุ่นกลิ่นชาดอกบัวคือศิลปะขั้นสูงซึ่งไม่เพียงแต่ต้องมีประสบการณ์และใช้เทคนิคพิเศษเท่านั้น หากยังต้องสะท้อนจิตใจที่พิถีพิถันงดงามของคนทำอีกด้วย เพื่อให้ได้ชากลิ่นดอกบัวหอมอร่อย ต้องทำหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บดอกบัวตอนเช้าตรู่ไปจนถึงการแยกส่วนเกสรเพื่อใช้หมักชา

ผู้สื่อข่าว ตู้แอง ติดตามคนทำชากลิ่นดอกบัวเป็นเวลา 1 วันเพื่อศึกษาค้นคว้าขั้นตอนการอบชาโห่เตย

ในช่วงเช้าตรู่ พวกเราได้เริ่มการศึกษาขั้นตอนการทำชากลิ่นดอกบัว

การเก็บดอกบัวตอนเช้าตรู่จะได้ดอกบัวที่ยังมีกลิ่นหอมอย่างเต็มที่

ดอกบัวแบ๊กเหยียบหรือดอกบัวร้อยกลีบคือดอกบัวที่เหมาะสำหรับการหมักชา

คนเก็บดอกบัวต้องพายเรือเก่งและต้องมีความชำนาญในการเก็บดอกบัว

คนเก็บดอกบัวต้องมีความพิถีพิถันในการเลือกดอกบัว

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เรือก็เต็มไปด้วยดอกบัว

ทุกวันในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมจะสามารถเก็บดอกบัวได้มากที่สุด

ดอกบัวที่ถูกเก็บจะถูกแยกเพื่อเอาปลายเกสร

คนทำต้องมีความพิถีพิถันเพื่อเก็บปลายเกสรไม่ให้ซ้ำ

แต่อย่างไรก็ตามต้องรีบทำในห้องปิดเพื่อให้กลิ่นหอมของดอกบัวจางไป

ส่วนที่ต้องนำไปอบชาคือปลายเกสรสีขาว

การแยกปลายเกสร ต้องทำหลายขั้นตอน

ด้วยประสบการณ์ของคนทำชาบัว กลีบดอกบัวได้ถูกแยกออกจากกันถึงส่วนปลายของเกสร

ส่วนปลายของเกสรเป็นปุ่มดอกสีขาวอยู่ที่ปลายของเส้นเกสรสีเหลืองอร่าม

กว่าจะได้ส่วนปลายของเกสรเยอะขนาดนี้ต้องใช้ดอกบัวนับร้อยดอก

ส่วนที่เหลือสามารถเอามาตากให้แห้งเพื่อทำยา

ชากลิ่นดอกบัวใช้เวลาหมักตั้งแต่ 5-7 ครั้ง

การอบชาต้องใช้ปลายเกสรดอกบัว

สิ่งที่ดีเลิศของชาดอกบัวคือศิลปะการชงและดื่มชา

สำหรับชาวฮานอย การดื่มชาคือวัฒนธรรมที่ได้กลายเป็นศิลปะ การชงชาดื่มเองก็เหมือนการชงชาให้แขกดื่มซึ่งจะต้องใส่ใจทุกขั้นตอน