เวลาได้ผ่านพ้นไป 40 ปี แต่ความทรงจำอันรุ่งโรจน์แห่งฮานอย-เดียนเบียนฟูกลางเวหายังคงสถิตอยู่ในใจของชาวนครหลวงและประชาชนทั้งประเทศ ชัยชนะของยุทธนาการฮานอย-เดียนเบียนฟูกลางเวหาในระหว่างวันที่ 18 ถึงวันที่ 29 ธันวาคมปี 1972 ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศและกองทัพประชาชนเวียดนามเท่านั้นหากเกียรติประวัติอันรุ่งโรน์นั้นได้เป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อให้ชาวฮานอยรุ่นต่อไปพยายามพัฒนากรุงฮานอยให้สวยงามยิ่งขึ้น

ภาพสถานีรถไฟ Hàng Cỏ หรือ สถานีรถไฟฮานอยในปัจจุบันหลังการทิ้งระเบิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 1972

สถานีรถไฟฮานอยปัจุบัน

ทหารและประชาชนกรุงฮานอยสามารถยิงเครื่องบินบี 52 ตก ณ สระ Hữu Tiệp เมื่อคํ่าวันที่ 27 ธันวาคม ปี 1972 (ปัจจุบันคือ แขวง Ngọc Hà เขต Ba Đình กรุง Hà Nội)

ซากเครื่องบินดังกล่าวได้ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การป้องกันประเทศของเวียดนาม

หมู่บ้าน Ngọc Hà ในปัจจุบัน

ได้มีผู้เสียชีวิต 28 คน โดยเป็นแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยของโรงพยาบาล Bạch Mai จากการทิ้งระเบิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมปี 1972

ปัจจุบัน โรงพยาบาล Bạch Mai ได้กลายเป็น 1 ในโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ภาพถนน Khâm Thiên กรุงฮานอยหลังการทิ้งระเบิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 1972 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 287 คน โดยเป็นสตรี 91 คน ผู้สูงอายุ 40 คน และเด็ก 55 คน

ถนน Khâm Thiên ในปัจจุบัน

สระ Trúc Bạch ที่เคยเป็นสนามปืนใหญ่ในช่วง 12 วันคืนอันรุ่งโรจน์

และปัจุบันเเป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่สวยงามและโรแมนติกของกรุงฮานอย

ภาพนี้ถ่ายที่ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งบนถนน
Lý Thường Kiệt เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 1972

และในปัจจจุบัน

ถึงแม้ว่าสถานีรับส่งสัญญาณ Mễ Trì ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดเมื่อคํ้าวันที่ 18 ธันวาคม แต่การออกอากาศถูกระงับเป็นเพียง 9 นาทีเท่านั้น

ภาพประชาชนอพยพออกจากกรุงฮานอย

หลุมหลบภัยริมทาง

วีรชนฝามตวน ผู้ยิงเครื่องบินบี52ตกในยุทธนาการณ์เดียนเบียนฟูกลางเวหา

ภาพท่านPhạm Văn Đồng อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณเครื่องบินบี 52ตกที่ ถนน Hoàng Hoa Thám กรุงฮานอย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลเฉพาะกาลเวียดนาม Nguyễn Thị Bình ลงนามในข้อตกลงปารีสเมื่อวันที่ 27 มกราคม ปี 1973.

การปล่อยตัวนักบินอเมริกันเมื่อปี 1973 ณ สนามบิน Gia Lâm