40 ปีได้ผ่านพ้นไป แต่เรื่องราวเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดกรุงฮานอยและเมืองต่างๆในภาคเหนือแบบปูพรมของเครื่องบินบี 52 ของกองทัพสหรัฐอเมริกาใน 12 วันคืน ตั้งแต่วันที่ 18 – 29 ธันวาคม ปี 1972 ยังคงสถิตอยู่ในใจของชาวนครหลวง โดยกองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบิน 52 รวม 444 เที่ยว เครื่องบินรบชนิดอื่นๆ กว่า 1000 เที่ยวเพื่อทิ้งระเบิด กว่า 10000 ตัน หรือเท่ากับ ระเบิดปรมาณูที่ถล่มเมืองฮิโระชิมะ 5 ลูก โดยมีวัตถุประสงค์นำภาคเหนือกลับสู่ยุคหิน ซึ่งได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2.380 และได้รับบาดเจ็บ อีก1.355 คน แต่ประชาชนและทหารกรุงฮานอยได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำการต่อสู้กับการทิ้งระเบิดดังกล่าวและได้สร้างชัยชนะเดียนเบียนฟูกลางเวหาอันยิ่งใหญ่โด่งดังไปทั่วโลก โดยจนถึงปัจจุบันนี้ร่อยรอยหลักฐานแห่งความดุเดือดของสงครามยังคงได้เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์การป้องกันอากาศยานและกองทัพอากาศฮานอยและพิพิธภัณฑ์ชัยชนะเครื่องบิน B52

ซากเครื่องบินบี 52 ถูกทหารและประชาชนกรุงฮานอยยิงตก ณ สระ Hữu Tiệp เมื่อคํ่าวันที่ 27 ธันวาคม ปี 1972 (ปัจจุบันคือ แขวง Ngọc Hà เขต Ba Đình กรุง Hà Nội)

โรงเรียนประถม Ngọc Hà ใกล้สระ Hữu Tiệp ที่มีซากเครื่องบินบี 52

ซากเครื่องบินของสหรัฐถูกเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์การป้องกันอากาศยานและกองทัพอากาศฮานอย

ซากเครื่องบินบี 52 ของสหรัฐ ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การป้องกันประเทศของเวียดนาม

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจอ่านคำบรรยาย

ระเบิดที่กองทัพสหรัฐใช้ถล่มกรุงฮานอยถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ชัยชนะเครื่องบิน B52

ซากเครื่องบินที่มีโลโก้ของกองทัพอากาศสหรัฐ

ทหารผ่านศึกเวียดนามพบปะสังสรรค์ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปีฮานอย-เดียนเบียนฟูกลางเวหา

จรวดต่อสู้อากาศยาน SAM2 ต่อต้านเครื่องบินบี๕๒ของกองทัพอากาศสหรัฐ

เครื่องบินรบ MIG ของกองทัพอากาศเวียดนาม

ปืนต่อสู้อากาศยานยาว 57 มิลลิเมตรที่สหภาพโซเวียตผลิต

สถานีเรดาร์ P35

เครื่องบินรบ MIG-21 ของวีรชนฝามตวน ได้รับการรับรองเป็นมรดกแห่งชาติ

การให้การศึกษาเกี่ยวกับยุทธนาการเดียนเบียนฟูกลางเวหา ที่พิพิธภัณฑ์

เรือนจำ Hỏa Lò สถานที่ที่นักบินอเมริกันเรียกว่า Hilton Hanoi ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน