|
| กระบวนการ“เตือนภัยระดับสีแดง”เป็นแนวทางใหม่ในเวียดนาม |
เมื่อปี 2010 โรงพยาบาลเด็กหมายเลขหนึ่งได้เริ่มดำเนินกระบวนการภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงแต่กระบวนการนี้เพิ่งได้กลายเป็นที่รู้จักเมื่อปี 2013 หลังจากที่สามารถช่วยชีวิตเด็กได้สองคนโดยเด็กทั้งสองคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินเนื่องจากร่างกายมีบาดแผลนับสิบจุดและหมดสติเนื่องจากเสียเลือดมาก ในขณะที่การรักษาเกือบสิ้นหวังที่แพทย์ของโรงพยาบาลนี้ได้ตัดสินใจใช้กระบวนการภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงโดยยกเลิกการวินิฉัยเบื้องต้นและทำการผ่าตัดฉุกเฉินทันทีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่ใช้กระบวนการรักษาดังกล่าว โรงพยาบาลฯได้สามารถช่วยชีวิตเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินได้ 10 คน นายแพทย์เหงียนแทงหุ่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯยืนยันว่า “การปฏิบัติตามกระบวนการนี้สามารถช่วยชีวิตเด็กได้หลายคนเช่นกรณีของเด็กสองคนเมื่อปี 2013 ซึ่งอาจเสียชีวิตถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพราะการทำระเบียบการต่างๆอย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที แต่สำหรับภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงจะใช้เวลาเพียงสอง – สามนาทีเท่านั้นโดยแพทย์และเจ้าหน้าที่สามารถทำการรักษาได้ทันที นี่คือความสำเร็จของหน่วยงานสาธารณสุขที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้หลายคน”
|
| เด็กสองคนได้ช่วยชีวิตเมื่อปี 2013เนื่องจากกระบวนการเตือนภัยระดับสีแดง |
กระบวนการดังกล่าวเสนอโดยนายแพทย์ตังชี้เถือง รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสาธารณสุขนครโฮจิมินห์และอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กหมายเลข 1 และได้รับการปฏิบัติในโรงพยาบาลฯหลังจากที่เขาไปศึกษาใน Melbourne ประเทศออสเตรเลีย นายแพทย์ตังชี้เถืองเผยว่า “ในบางกรณีถ้าหากให้การช่วยเหลือช้ากว่า 15 นาทีจะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ดังนั้นถ้าหากเราสามารถระดมแพทย์ที่มีประสบการณ์จำนวนมากก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ นี่คือประสบการณ์ของบรรดาประเทศที่กำลังพัฒนาและในประเทศเหล่านี้ได้มีการจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉิน ในเร็วๆนี้ สำนักงานสาธารณสุขนครโฮจิมินห์ก็จะจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินเพื่อทำหน้าที่เหมือนการปฏิบัติกระบวนการภาวะฉุกเฉินระดับสีแดง”
กระบวนการภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงได้สร้างประสิทธิภาพให้แก่การรักษาของโรงพยาบาลเด็กหมายเลข 1 ในนครโฮจิมินห์ ดังนั้นหน่วยงานสาธารณสุขเวียดนามกำลังวิจัยเพื่อขยายผลการปฏิบัติกระบวนการดังกล่าวในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ./.
