พื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์ในจังหวัดกาวบั่งได้รับการกำหนดรูปแบบด้วยวิธีการเข้าถึงที่มีมิติทางการเมืองและสังคมอย่างลึกซึ้ง นั่นคือ การนำแนวคิด คุณธรรมและบุคลิกของประธานโฮจิมินห์เข้าเป็นสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต การทำงานและการศึกษาในชีวิตประจำวัน การยกย่องเส้นทางการปฏิวัติของประธานโฮจิมินห์มีการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการสร้างสรรค์สถาบันและพื้นที่ทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่สามารถส่งต่อและขยายผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ เข้าถึงจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นาย เยืองหมากเกียน เลขาธิการพรรคสาขา ประธานสภาประชาชนตำบลเจื่องห่ากล่าวว่า
“เจื่องห่าเป็นดินแดนต้นกำเนิดแห่งการปฏิวัติ พื้นที่วัฒนธรรมช่วยเปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นบทเรียนที่มีชีวิตชีวาและเข้าถึงได้ง่าย ในด้านคุณค่าทางวัฒนธรรมและคุณธรรม นี่คือหัวใจสำคัญที่มีความหมายในระยะยาว มีส่วนช่วยหล่อหลอมคุณค่าทางวัฒนธรรมและคุณธรรมอันดีงามของประชาชาติและประชาชนกาวบั่ง ในด้านคุณค่าที่เป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนา เมื่อวัฒนธรรมกลายเป็นพื้นฐานทางจิตใจ ประชาชนก็มีความเชื่อมั่นและความคาดหวังที่จะก้าวไปข้างหน้ามากขึ้น สำหรับคนรุ่นใหม่ นี่คือแนวทางในการหล่อหลอมอุดมการณ์และความมุ่งมั่น เพื่อสำนึกในบุณคุญต่ออดีต ดำเนินชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบต่อปัจจุบันและร่วมกันสร้างสรรค์อนาคต”
เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดกาวบั่งได้เลือกเขตโบราณสถานแห่งชาติพิเศษป๊ากป๊อเป็นศูนย์กลางของพื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์ พร้อมทั้งขยายการเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยว “ตามรอยลุงโฮ” จากเมืองติ่งไส เมืองหลงโจว ประเทศจีน ผ่านหลักพรมแดนหมายเลข 108 มายังป๊ากป๊อ ภูเขาคาร์ล มาคส์และกระท่อม Khuổi Nặm เป็นต้น
จุดเด่นที่แตกต่างของพื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์ในวันนี้คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ แว่นตาเสมือนจริง (VR) ช่วยให้ผู้ชมได้สัมผัสช่วงเวลาที่ยากลำบากในถ้ำป๊ากป๊อ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) จำลองบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีชีวิตชีวา ณ สถานที่จริง ขณะที่แบบจำลอง 3 มิติ ระบบมัคคุเทศก์เสมือนจริงหรือแผนที่แบบโต้ตอบที่แสดงเส้นทางการออกไปแสวงหาหนทางกู้ชาติ ซึ่งล้วนสร้างโฉมหน้าใหม่ให้แก่พื้นที่แห่งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. ฝ่ามห่งลอง จากมหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย ประเมินว่า
“หากเราเผยแพร่คุณค่าของโบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์การปฏิวัติผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น AR และ VR ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะช่วยให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เข้าถึงได้ง่ายและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น กาวบั่งร่วมกับนครโฮจิมินห์นำรูปแบบเทคโนโลยีมาใช้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประธานโฮจิมินห์ พร้อมทั้งขยายรูปแบบดังกล่าวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วจังหวัด ก็จะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การปฏิวัติของกาวบั่งในระยะต่อไป”
ไม่เพียงแต่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมที่ทันสมัยในพื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์ แต่จังหวัดกาวบั่งยังสอดแทรกเข้ากับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและกองกำลังติดอาวุธจัดกิจกรรมให้นักเรียน นักศึกษาและทหารได้มาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง เมื่อกล่าวถึงแนวทางนี้ นาย ด่าววันหมุ่ย ผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารเขตโบราณสถานแห่งชาติพิเศษของจังหวัดกาวบั่ง ย้ำว่า
“พื้นที่วัฒนธรรมประธานโฮจิมินห์มีหน้าที่อนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของมรดกโฮจิมินห์ ทางการจังหวัดกาวบั่งได้จัดทำแผนสอดแทรกพื้นที่วัฒนธรรมนี้เข้าในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและกองกำลังติดอาวุธจัดให้นักเรียนและนักศึกษาเดินทางมาเยี่ยมชม เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ ณ แหล่งโบราณสถานต่าง ๆ พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเผยแพร่คุณค่าของมรดกให้เข้าถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวในวงกว้าง”
การผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่คุณค่าแนวความคิดของประธานโฮจิมินห์สู่นานาชาติเท่านั้น หากยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอีกด้วย นาย เหงียนก๊วกจุง ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดกาวบั่ง กล่าวว่า
“ในการขยายพื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์ในจังหวัดกาวบั่ง เราจะยังคงทบทวนประวัติศาสตร์และคุณูปการของประธานโฮจิมินห์ต่อการปฏิวัติเวียดนามต่อไปเพื่อช่วยเพิ่มการศึกษาอุดมการณ์ให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทาง ‘การท่องเที่ยวสีแดง’ และสร้างความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับเกียรติประวัติแห่งการปฏิวัติ อันจะมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่น สร้างงานทำ อนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมรดกอันล้ำค่าของประธานโฮจิมินห์ในกาวบั่ง”
จากการให้ความสำคัญกับ “การแปรคุณค่าให้เกิดเป็นพลัง” แทนการจัดแสดงแบบเดิมๆ จังหวัดกาวบั่งกำลังค่อย ๆ นำแนวคิด คุณธรรมและบุคลิกของประธานโฮจิมินห์ให้กลายเป็นพลังทางจิตใจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นพื้นฐานให้แก่การพัฒนาอย่างยั่งยืน อันไม่เพียงแต่เป็นก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยให้กาวบั่งพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วัฒนธรรมและประสบการณ์เกี่ยวกับมรดกโฮจิมินห์ของภูมิภาคเหวียดบั๊กเท่านั้น หากยังเป็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนมติที่ 80-NQ/TW ของกรมการเมืองพรรคเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมเวียดนาม เพื่อให้เปลวไฟแห่งการปฏิวัติจากแหล่งกำเนิดที่ป๊ากป๊อยังคงได้รับการสืบทอดและสว่างไสวต่อไป./
