ห้องปฏิบัติการในสถาบันสุขอนามัยและการระบาดวิทยาส่วนกลาง

จากการเป็นหนึ่งในหน่วย 2 แห่งในทั่วประเทศที่มีทักษะความสามารถในการทดสอบหาเชื้อไวรัสSARS- CoV-2 กลุ่มวิจัยของสถาบันสุขอนามัยและการระบาดวิทยาส่วนกลางต้องทำการตรวจหาเชื้อไวรัสจากตัวอย่างนับร้อยคนต่อวัน นับตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษเต๊ตมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มวิจัยยังไม่มีวันหยุด พวกเขาต้องทำงานทั้งวันทั้งคืน ดอกเตอร์ หวูมายเฟือง หัวหน้าแผนกไวรัสได้เผยว่า

“พวกเราต้องทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวันเพื่อทำการทดสอบหาลำดับยีนรุ่นใหม่ ถ้าหากได้รับตัวอย่างทดสอบในตอนค่ำ แน่นอนว่า พวกเราต้องทำงานทั้งคืน”

แม้จะมีสมาชิกไม่มากแต่ทุกคนในทีมต่างเป็นนักวิจัยที่มีประสบการณ์ ซึ่งในนั้น มีผู้ที่เคยเข้าร่วมการต่อต้านการแพร่ระบาดของโรค SARS เมื่อปี 2003 กลุ่มวิจัยต่างพยายามปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นาย เวืองดึ๊กเกื่อง ซึ่งเป็นนักวิจัยที่มีประสบการณ์ทำงานในห้องปฏิบัติการมา 24 ปีและเข้าร่วมการต่อต้านการแพร่ระบาดของโรค SARS ได้ยืนยันว่า

“พวกเราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกรณีต่างๆก่อนช่วงเทศกาลตรุษเต๊ตแล้ว ตอนนี้ พวกเราพยายามอย่างสุดความสามารถจนกว่าการแพร่ระบาดจะยุติ”

เพื่อให้ได้ผลการทดสอบอย่างรวดเร็วและถูกต้อง บรรดานักวิจัยของสถาบันสุขอนามัยและการระบาดวิทยาส่วนกลางต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและมีความปลอดภัยในขณะที่จำนวนตัวอย่างการทดสอบนับวันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ ในช่วงแรกของการทดสอบหาเชื้อ บรรดานักวิจัยต้องใช้เวลา 3-5 วันเพื่อทำการทดสอบผ่านวิธีการตรวจหาลำดับยีน ถึงแม้บรรดานักวิจัยต้องใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อเพื่อทำงานในห้องปฏิบัติการเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงแต่พวกเขาก็ยังคงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด นาย เวืองดึ๊กเกื่องเผยต่อไปว่า “ชุดที่พวกเราใส่ในห้องปฏิบัติการเหมือนชุดของมนุษย์กบ การใส่ชุดแต่งกายนี้ทำให้พวกเรารู้สึกอึดอัดมาก นอกจากนี้ การที่ทำงานในห้องปฏิบัติการก็เหมือนนั่งบนเครื่องบิน พวกเราต้องปฏิบัติมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคให้แก่ตัวเองและคนใกล้เคียงอย่างเคร่งครัด”

บรรดานักวิจัยในห้องปฏิบัติการเหมือนผู้ที่อยู่แถวหลังแต่มีบทบาทชี้ขาดในการต่อต้านการแพร่ระบาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เหงวียนแทงลองได้เผยว่า การทดสอบหาเชื้ออย่างรวดเร็วมีความสำคัญในการปฏิบัติมาตรการแยกตัวและการรักษาผู้ป่วย ซึ่งเป็นพื้นฐานเพื่อ กำหนดเขตที่เกิดการแพร่ระบาด แยกตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่า ติดเชื้อและส่งเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาด

“ผมชื่นชมกลุ่มนักวิจัย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสสูงเนื่องจากต้องสัมผัสเชื้อโดยตรง นี่เป็นความเสียสละของหน่วยงานสาธารณสุข”

จำนวนกรณีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสSARS- CoV-2 กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้แก่บรรดานักวิจัย จากความตั้งใจ จิตใจและการตระหนักได้ดีต่อหน้าที่ บรรดานักวิจัยกำลังแข่งกับเวลา ฟันฝ่าแรงกดดันต่างๆเพื่อสร้างความหวังและโอกาสการรักษาโรคให้แก่ผู้ป่วย.