นครโฮจิมินห์มีเงื่อนไขที่สะดวกเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวกลางคืน เช่น เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และความต้องการของนักท่องเที่ยวที่นับวันเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กิจกรรมต่างๆยังคงกระจัดกระจาย ขาดการเชื่อมโยง ยังไม่มีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเฉพาะและมีอุปสรรคในการวางผัง การกำหนดเวลาเปิด-ปิด ความมั่นคง สิ่งแวดล้อมและการประชาสัมพันธ์ ดังนั้น ทางนครฯต้องจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวกลางคืนอย่างเป็นระบบ มีการวางผังพื้นที่อย่างชัดเจนและมีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ตามผลการสำรวจของสำนักงานการท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์ กิจกรรมการท่องเที่ยวกลางคืนในปัจจุบันส่วนใหญ่มีที่ถนนคนเดินเหงวียนเหวะ ถนนบุ่ยเหวียน ตลาดกลางคืนเบ๊นแถ่ง ท่าเรือแบกดั่งและพื้นที่รับประทานอาหารริมแม่น้ำ ซึ่งประกอบด้วยการแสดงศิลปะบนถนน เขตอาหาร กิจกรรมบันเทิงและการบริการเรือสำราญ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ดิงเตี๊ยนมิง อาจารย์อาวุโสจากวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์นครโฮจิมินห์ได้เผยว่า ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวและบริการกลางคืนยังไม่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง และยังไม่มีระบบนิเวศที่พร้อมเพรียง

ในปี 2025 นครโฮจิมินห์ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศเกือบ 30 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสำหรับกิจกรรมด้านการบริการ การช้อปปิ้ง และความบันเทิงในช่วงเวลาตั้งแต่ 18:00 น. ถึง 06:00 น. ของวันถัดไป บรรดาผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า เศรษฐกิจกลางคืนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเท่านั้นหากยังมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจตัวเมืองอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม กิจกรรมยามค่ำคืนไม่เพียงแต่ให้บริการนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย เพื่อสร้างอัตลักษณ์เฉพาะให้แก่เมือง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้ทางการท้องถิ่นและสถานประกอบการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยว

นาง หวิ่งฟานเฟืองหว่าง รองผู้อำนวยการใหญ่บริษัท Vietravel เห็นว่า นครโฮจิมินห์จำเป็นต้องมีการวางผังพื้นที่ต่างๆ เช่น ถนนอาหาร ถนนศิลปะ บาร์-ผับ ตลาดกลางคืน พื้นที่แสดงศิลปะกลางแจ้ง จัดเตรียมจุดจอดรถแท็กซี่ รถเมล์กลางคืน และพื้นที่เดินเท้าที่ปลอดภัยเพื่อบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทางนครฯอาจพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจกลางคืน เช่น บริเวณโรงละครนครโฮจิมินห์ ตลาดเบ๊นแถ่ง– ห่ามงี ถนนเหงวียนเหวะ บริเวณคลองเต่า ส่วนนาย หวอเวียดหว่า ผู้อำนวยการฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ บริษัทนำเที่ยว Saigontourist เห็นว่าผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวต้องสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองอย่างชัดเจน สร้างนิมิตหมายที่แตกต่างเมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆในภูมิภาค

“ปัจจุบัน พื้นที่ของนครโฮจิมินห์ได้รับการขยายหลังผนวกบิ่งเยือง และบ่าเหรียะ-หวุงเต่า ดังนั้น การสร้างผลิตภัณฑ์เดียวที่นำเสนอภาพลักษณ์ของมหานครที่สำคัญต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นปัญหาที่ยากเนื่องจากปัญหาด้านการคมนาคม ดังนั้น ในระยะสั้น พวกเราเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่เท่านั้น”

หนึ่งในความได้เปรียบของนครโฮจิมินห์คือเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์และระบบแม่น้ำลำคลอง ซึ่งสามารถผสานกับวัฒนธรรมอาหารและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวกลางคืนที่มีคุณภาพสูง นาย เหงวียนก๊วกกี่ ประธานสภาบริหารบริษัทนำเที่ยว Vietravel เสนอให้นครโฮจิมินห์ต้องกำหนดพื้นที่ ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลางคืนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

“ เราต้องกำหนดคุณค่าหลักของเศรษฐกิจกลางคืนคือ เศรษฐกิจแบบพหุแกน โดยไม่ใช่แค่มีเขต 1 หรือเขต 5 เท่านั้นแต่ยังมีพื้นที่ต่างๆ เช่น ตลาดเจอะเลิ้น Chinatown วัฒนธรรมอาหารยามค่ำคืนในถาวเดียน ดังนั้น ต้องส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่การพัฒนาของเมือง”

ในสภาวการณ์ที่มีการแข่งขันเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางนับวันเพิ่มขึ้น การใช้ประโยชน์จาก เศรษฐกิจกลางคืนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้และขยายระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวเท่านั้น หากยังสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การขยายตัว มุ่งสู่การสร้างสรรค์นครโฮจิมินห์ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและบริการที่คล่องตัวในภูมิภาคอีกด้วย.