ในสมัยราชวงศ์เหงียน (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20) ศิลปะฟาบลามเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปะในรั้วในวัง เนื่องจากมีความประณีต ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างงานโลหะ การลงยา สีสันสดใส ตลอดจนเส้นสายลวดลายอันวิจิตรบรรจง ปัจจุบัน ศิลปะฟาบลามได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัยมากขึ้น โดยช่างฝีมือได้สร้างสรรค์ผลงานบนวัสดุหลากหลายชนิด เพิ่มเฉดสีและนำศิลปะแขนงนี้ไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ใช้สอยสูง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคและรูปแบบการนำเสนอ แต่ลวดลายและวิธีการสร้างสรรค์ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเวียดนาม เชื่อมโยงคุณค่าดั้งเดิมเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ที่ร้านภาพวาดฟาบลามทำมือ Mặc Space บนถนนเหงียนคว้าย กรุงฮานอย ศิลปะฟาบลามได้รับการถ่ายทอดผ่านผลงานหัตถกรรมร่วมสมัยที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน ซึ่งมีส่วนช่วยสืบสานมรดกดั้งเดิมนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป นาง ด่าว แอง ทู เจ้าของร้านภาพวาดฟาบลามทำมือ Mặc Space กล่าวว่า

“เทคนิคการทำฟาบลามแบบดั้งเดิมใช้การลงยาเผาและแผ่นทองแดงเป็นวัสดุพื้นฐานในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ เช่น แจกันและจาน ในอดีต ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้เฉพาะในพระราชวังเท่านั้น เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูง ที่ Mặc Space เราสร้างสรรค์งานฟาบลามในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น โดยไม่ใช้การลงยาเผา แต่ใช้สีทรายแทน วิธีนี้ทำให้งานศิลปะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งของได้หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นโลหะเฉพาะทางเป็นวัสดุพื้นฐานเหมือนฟาบลามแบบดั้งเดิม”

การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะฟาบลามให้เสร็จสมบูรณ์ต้องผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องอาศัยความประณีต ตั้งแต่การดัดเส้นลวดทองแดงทีละเส้น การขึ้นรูป การลงสี ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดพื้นผิว ทุกขั้นตอนล้วนต้องใช้ความละเอียดและความอดทนเพราะรายละเอียดบางส่วนมีขนาดเล็กมากทำให้ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำให้เสร็จสมบูรณ์

“มีขั้นตอนการผลิต เช่น การเลือกแผ่นวัสดุพื้นฐาน ดัดลวดทองแดง เลือกสีและเติมสีลงในช่องว่างที่เกิดจากเส้นลวดทองแดง จากนั้นก็ทำการปรับแต่งและเคลือบกาวเพื่อให้สีทรายไม่หลุด เป็นต้น ซึ่งเรานำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ที่รองแก้ว ของที่ระลึก ภาพวาด การตกแต่งแก้วน้ำ พวงกุญแจและโคมไฟหัวเตียง เป็นต้น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายชนิด”

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใน Mặc Space ไม่เพียงแต่เป็นของตกแต่งเท่านั้น หากยังได้รับการออกแบบให้ทุกคนสามารถเลือกแบบที่เหมาะตามที่ตนเองชอบ โดยผลงานแต่ละชิ้นมีความงดงามแบบคลาสสิกที่ผสานกับความทันสมัย สะท้อนถึงความทุ่มเท ผสานความประณีตในงานหัตถกรรมเข้ากับจิตใจแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดยั้งของผู้ผลิต

“ศิลปะแขนงนี้เป็นสิ่งใหม่และน่าสนใจ ต้องอาศัยความอดทนและความประณีตของผู้ทำ ตอนแรกเมื่อมองดูจะเห็นว่ามีหลายขั้นตอน แต่เมื่อได้ลงมือทำก็ต้องใช้ความอดทน ก็จะรู้สึกดีใจมากกับผลงานที่ทำด้วยมือของตัวเอง ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์มีความสวยงาม เปล่งประกายด้วยสีทรายและเส้นลวดทองแดง โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดส่องกระทบ ก็จะยิ่งสวยงามพิเศษ”

“ระหว่างทำงานศิลปะฟาบลาม ฉันรู้สึกจิตใจสงบขึ้น ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับภาพที่กำลังสร้างสรรค์ เมื่อทำภาพเสร็จ ฉันรู้สึกดีใจมากที่สามารถผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมายจนทำผลงานได้เสร็จ ส่วนที่ยากคือ การวางเส้นลวดทองแดง ซึ่งต้องค่อย ๆ ทำอย่างช้า ๆ เพื่อให้เส้นลวดตึงและสวยงามที่สุด”

“แม้จะมาที่ Mặc Space เป็นครั้งแรก แต่ทุกคนที่นี่ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะฟาบลามแก่ฉันอย่างละเอียด นับเป็นกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจมาก เรามีทั้งสถานที่และเวลาในการสร้างสรรค์ของขวัญให้ญาติมิตร น่าสนใจมาก”

ศิลปะฟาบลามไม่เพียงแต่มีคุณค่าสุนทรียภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของชาวเวียดนามอีกด้วย เมื่อเยาวชนรุ่นใหม่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะแขนงต่าง ๆ ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้สัมผัส ด้วยการสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้เรียนรู้วัฒนธรรมและสัมผัสผลงานหัตถกรรมผ่านประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะแขนงต่าง ๆ ของเวียดนามที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

จากการเป็นมรดกศิลปะในพระราชวังสู่ชีวิตร่วมสมัย ศิลปะฟาบลามกำลังได้รับการสืบสานจากคนรุ่นใหม่ด้วยความรักในงานฝีมือและจิตใจแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งมีส่วนช่วยอนุรักษ์และเผยแพร่คุณค่าของศิลปะดั้งเดิมของเวียดนามให้คงอยู่ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยใหม่./.