บาดแผลเหล่านั้นกำลังได้รับการเยียวยาในทุก ๆ วัน ด้วยความอดทนและหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาของครูผู้สอน ความรัก ความเอาใจใส่ และการแบ่งปัน ค่อย ๆ เยียวยาบาดแผลจากสงคราม พร้อมมอบความสุขและพลังใจให้เด็ก ๆ ก้าวเดินต่อไปในชีวิต

การเปล่งคำว่า “สวัสดีคุณครู” สำหรับเด็กๆ ผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซีนต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก แม้ว่าคำพูดของพวกเขาจะยังติดขัดและออกเสียงไม่ชัด แต่เสียงอันบริสุทธิ์เหล่านั้นกลับเป็นความอบอุ่นในการเริ่มต้นวันใหม่ ณ ศูนย์สงเคราะห์ผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มและเด็กผู้ด้อยโอกาส สาขาที่ 1 นครดานัง ทุกเช้าที่เด็ก ๆ มาถึงศูนย์ คุณครูจะคอยสังเกตแววตาและสีหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียด ด้วยจิตใจที่อ่อนไหวและเปราะบางของพวกเขา เพียงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ ครู ฟาน ถิ แทง กล่าวว่า

“เด็ก ๆ ของเรามีเพียงความรู้สึกดีใจหรือเสียใจเท่านั้น ฉันต้องคอยสังเกตและทำความเข้าใจความคิดของแต่ละคนในทุกเช้า เวลาเด็ก ๆ มีเรื่องในใจ มีความน้อยใจ พวกเขามักจะมาพูดคุยกับคุณครู ฉันพยายามนึกถึงตัวเองว่า หากอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร เพื่อจะได้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจ ถ้าไม่พอใจอะไรสักอย่าง พวกเขาก็จะเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจตลอดทั้งวัน ทำให้วันนั้นของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เพียงแค่อ้อมกอดให้เด็กคนหนึ่ง เขาก็จะรู้สึกว่ามีคนรับฟัง มีคนแบ่งเบาความรู้สึก และมีคนเข้าใจเขา”

ศูนย์แห่งนี้เป็น 1 ใน 3 ศูนย์ดูแลผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซินของนครดานัง ซึ่งกำลังดูแลเด็กแบบไป-กลับจำนวน 43 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กดาวน์ซินโดรม และบางส่วนมีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว มาที่นี่ เด็ก ๆ ไม่เพียงได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพเท่านั้น หากยังได้ฝึกเขียนตัวอักษร ประดิษฐ์ดอกไม้ผ้า ทำธูปหอมและฝึกงานเย็บปัก

การสอนหนังสือและฝึกอาชีพให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ฯ ถือเป็นภารกิจที่ครูทุกคนต้องเผชิญกับความท้าทายนานัปการ เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสารพิษสีส้มไดออกซิน เด็กส่วนใหญ่จึงมีปัญหาในการเรียนรู้ สมาธิสั้น จดจำได้ช้า และลืมได้ง่าย แม้แต่ทักษะง่าย ๆ ก็ต้องใช้เวลาสอนอย่างละเอียดและต่อเนื่อง พอถึงวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างก็เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่ ครูจึงต้องอดทนสอนซ้ำตั้งแต่ต้นอยู่เสมอ ท่ามกลางความทุ่มเทนั้น ความสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ นาง โห่ ถิ เจี่ยว วัย 33 ปี หนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซินเพียงไม่กี่คนของศูนย์ที่สามารถสื่อสารได้ ยิ้มพร้อมอวดกางเกงที่เพิ่งตัดเย็บเสร็จด้วยตนเอง

“ฉันชอบมาเรียน ชอบเย็บกางเกงค่ะ สองเดือนแล้ว ฉันเย็บกางเกงขาสั้นได้แล้ว เย็บให้เพื่อนใส่ เย็บให้น้อ เงินใส่ คุณครูสอนให้เราเย็บค่ะ”

ไม่ไกลจากห้องฝึกตัดเย็บคือห้องเรียนทำธูปที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพร ผู้ที่ยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน คอยสาธิตทุกขั้นตอนการทำก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซินเช่นกัน เขาคือ เหงียน หง็อก เฟือง

“ผมอยากแบ่งปันความมั่นใจของตัวเองให้กับเด็ก ๆ เวลาที่พวกเขาได้ฝึกอาชีพแล้วมีลูกค้ามาซื้อ ทุกคนดีใจและภูมิใจมาก เพราะฉะนั้น ผมจึงคอยให้กำลังใจพวกเขาเสมอ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง วันนี้อาจยังทำได้ไม่สวย แต่พรุ่งนี้จะดีกว่า”

ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์อันประณีตและธูปหอมจากสมุนไพรที่เด็ก ๆ ลงมือทำด้วยตนเองได้กลายเป็นสินค้าที่เปี่ยมด้วยความหมาย ซึ่งนำมาจำหน่ายเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมดูแลผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซิน ที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่านั้น คือเด็กบางคนที่เติบโตจากห้องเรียนแห่งนี้สามารถกลับไปปรับตัวในชุมชนได้อย่างมั่นใจและกลมกลืนกับสังคม นาง หวอ ถิ ทู รองผู้อำนวยการศูนย์กล่าวว่า

“เด็กหลายคนยังไม่สามารถรับรู้หรือเข้าใจพฤติกรรมของตนเองได้ทั้งหมด แต่เราพยายามให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง ได้เรียนรู้ทักษะการดูแลตนเองและมีอาชีพติดตัวเพื่อสามารถปรับตัวเข้ากับชุมชนได้ แต่เรื่องนี้ทำได้ไม่ง่าย เพราะเด็กในศูนย์ส่วนใหญ่มีความพิการในระดับรุนแรง เมื่อไม่นานมานี้ มีเด็กคนหนึ่งที่เราได้ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และปัจจุบันกำลังทำงานตัดเย็บอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง นั่นถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเรา”

ไม่เคยมีสักครั้งที่ชั้นเรียนของเด็กผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดออกซินจะมีนักเรียนมาเรียนครบทุกคน อาการปวดเรื้อรังและสภาพร่างกายที่อ่อนแอทำให้เด็กหลายคนต้องหยุดเรียนอยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นเช่นนั้น ความก้าวหน้าแม้เพียงเล็กน้อยของเด็กแต่ละคนก็ได้รับการติดตามและบันทึกไว้อย่างใกล้ชิดด้วยความเอาใจใส่จากครูทุกคน ความรัก ความเมตตาและความทุ่มเทของครูเปรียบดั่งสายน้ำเย็นที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเด็ก ๆ และสิ่งที่ครูได้รับกลับคืนมาคือรอยยิ้มอันไร้เดียงสาและสดใสบนใบหน้าของพวกเขาในทุก ๆ วัน รอยยิ้มเหล่านั้นกำลังช่วยเยียวยาความปวดเจ็บทางร่างกายและจุดประกายความหวังเกี่ยวกับอนาคตอันสดใส.