เนินหญ้าสีเขียว อากาศเย็นสบาย ทะเลหมอกในยามเช้า รวมถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชนเผ่าเฮอเรทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายที่น่าค้นหาและน่าหลงใหล ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ต่างหวังเพียงว่าจะได้มีโอกาส “สัมผัสเมฆ” สักครั้งท่ามกลางพื้นที่ภูเขาสูงของจังหวัดกว๋างหงาย
ที่ระดับความสูงประมาณ 700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีมีพื้นที่กว่า 400 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าสีเขียว โดยถนนที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ทุ่งหญ้าคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ซึ่งยิ่งขึ้นไปสูง อากาศก็ยิ่งหนาว หมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ข้างล่างค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาท่ามกลางแนวต้นไม้ในผืนป่า
เมื่อผ่านทางโค้ง ทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเนินหญ้าสีเขียวที่ทอดตัวโค้งยาวสุดสายตา โดยในยามเช้า หมอกยังคงลอยเหนือภูเขา ขณะที่เมฆจากหุบเขาด้านล่างค่อยๆลอยสูงขึ้นมา บางทีปรากฏให้เห็น บางทีก็จางหายไปตามไหล่เขา และในบางช่วงเวลา เมฆก็ลอยอยู่ตรงหน้า จนทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า เพียงยื่นมือออกไปก็สามารถสัมผัสเมฆได้ คุณ เหงวียนถิแทง นักท่องเที่ยวจากจังหวัดกว๋างหงาย เผยว่า
“ครอบครัวดิฉันเดินทางมาถึงทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางและโล่งมาก อากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบ ตอนเช้าตรู่มีหมอก อากาศเย็นสบาย และเมื่อยืนอยู่กลางทุ่งหญ้า ก็รู้สึกผ่อนคลายมาก เหมือนได้หลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ซึ่งที่นี่เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ ชอบการท่องเที่ยวแบบสัมผัสประสบการณ์ และต้องการหาสถานที่พักผ่อนหลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน”
ในแต่ละช่วงเวลา ทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีก็มีความงดงามในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยในช่วงเที่ยง แสงแดดอ่อนๆสาดลงบนผืนหญ้า ส่วนในยามบ่าย พระอาทิตย์ตกดินลับหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางภูเขา และเมื่อค่ำคืนมาเยือน ทุ่งหญ้าทั้งผืนก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบ ท่ามกลางสายลมและอากาศหนาวเย็นของพื้นที่ภูเขาสูง
นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่ไม่เพียงเพื่อชมทะเลหมอกและทิวทัศน์เท่านั้น แต่ยังสามารถเดินเล่น ตั้งแคมป์ ถ่ายรูป หรือนั่งบนผืนหญ้า ฟังเสียงลมพัดผ่านขุนเขาและผืนป่า สำหรับชาวท้องถิ่น เนินหญ้าสีเขียวและสภาพอากาศเย็นสบายกำลังเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนการแนะนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในท้องถิ่น คุณ ดิงถิบ๋าวหั่ง ชาวบ้านหมู่บ้านบุ่ยฮวี ตำบลดั่งถุ่ยเจิม จังหวัดกว๋างหงาย กล่าวว่า
“ทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีมีอากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์มาก ทิวทัศน์ก็เงียบสงบ ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องทุ่งหญ้าสีเขียวและอากาศเย็นสบาย ซึ่งเหมาะกับการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนจากพื้นที่อื่นๆจำนวนมากเริ่มรู้จักทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีมากขึ้น โดยการท่องเที่ยวช่วยสร้างการพัฒนาให้กับคนในท้องถิ่น ซึ่งชาวบ้านเริ่มรู้จักทำการท่องเที่ยว และนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่ายเพิ่มเติม ซึ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น”
ทั้งนี้ การเดินทางมาเที่ยวทุ่งหญ้าบุ่ยฮวียังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าเฮอเร ไม่ว่าจะเป็นเสียงฆ้องสามใบ ฆ้องห้าใบ การร้องเพลงทำนอง Kalêu และ Kachoi อาหารท้องถิ่นที่ปรุงจากผลผลิตของภูเขาและผืนป่า ตลอดจนความเป็นมิตรและเป็นกันเองของชาวบ้าน โดยทางการท้องถิ่นกำลังวางแนวทางพัฒนาทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยเชื่อมโยงภูมิทัศน์ของทุ่งหญ้ากับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของชนเผ่าเฮอเร ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้ นาย เจิ่นแทงฮึง ผู้อำนวยการสหกรณ์ชุมชนบุ่ยฮวี จังหวัดกว๋างหงาย กล่าวว่า
“นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ครบทั้ง 4 ฤดูภายในวันเดียว ตอนเช้าได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนช่วงเย็นก็ได้ชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งสวยงามมาก แนวทางของสหกรณ์ชุมชนบุ่ยฮวีคือจะพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนเพิ่มเติม เช่น การปลูกผัก การจัดกิจกรรมให้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับฆ้อง และวัฒนธรรมของชนเผ่าเฮอเรเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น”
ท่ามกลางวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่มีความเร่งรีบ ทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีในตำบลดั่งถุ่ยเจิม จังหวัดกว๋างหงายกลับนำมาซึ่งช่วงเวลาแห่งความสงบที่หาได้ไม่ง่ายนัก ที่นี่มีเนินหญ้าสีเขียว มีสายลมจากภูเขา มีทะเลหมอกที่ค่อยๆเคลื่อนตัวอยู่เบื้องล่าง และมีเรื่องราวเกี่ยวกับผืนดินแห่งหนึ่งที่กำลังก้าวไปข้างหน้า พร้อมสร้างวิถีชีวิตและรายได้จากธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งการเดินทางมาทุ่งหญ้าบุ่ยฮวีจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางมาชมทิวทัศน์เท่านั้น หากยังเป็นการใช้ชีวิตอย่างช้าๆ ได้ปล่อยใจให้ผ่อนคลายท่ามกลางผืนฟ้าและทะเลเมฆของพื้นที่ภูเขาสูงจังหวัดกว๋างหงาย./.
