ถ้ำ ฮัวหมะ เปรียบเสมือนอัญมณีที่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนป่าลึก และปัจจุบันเป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยวในจังหวัดท้ายเงวียนหลังจากที่มีการควบรวมท้องถิ่น ถ้ำ ฮัวหมะมีความยาวกว่า 700 เมตร และมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 50 เมตรเหนือระดับพื้นดิน ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ บาเบ๋ ซึ่งการเข้าสำรวจในถ้ำเหมือนเป็นการเปิดประตูสู่โลกอีกใบ ที่แสงสว่าง ความมืดและหินงอกหินย้อยได้ผสานเข้ากันเป็นบทเพลงแห่งหินและกาลเวลา บรรยากาศภายในถ้ำแบ่งออกเป็นช่องขนาดใหญ่และเล็กมากมาย สร้างความหลากหลายของภูมิทัศน์ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้ำมีทั้งความลึกและกว้างขวาง ไม่ให้ผู้เข้าสำรวจรู้สึกอึดอัด
เมื่อเดินเข้าไปตรงปากถ้ำก็เข้าถึงพื้นที่กว้างใหญ่อย่างไม่คาดคิด เพดานสูงตระหง่านที่มีหินย้อยห้อยลงมาเหมือนเส้นไหมนุ่มส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงสีเหลืองอ่อนๆ บางส่วนดูเหมือนน้ำตกที่แข็งตัว หรือดูเหมือนฝูงช้างและกวางที่เดินอย่างสงบผ่านกาลเวลา เดินลึกเข้าไปข้างในก็ยิ่งต้องตะลึงกับความงามแบบมีชีวิตชีวาของถ้ำ โดยเหล่าเสาหินงอกอายุนับล้านปีบนพื้นดินได้เชื่อมเข้ากับหินย้อยบนเพดานราวกับเสาโครงของ "พระราชวังแห่งธรรมชาติ" ซึ่งหินที่มีรูปร่างหลากหลายอย่างมีเอกลักษณ์ กระตุ้นจินตนาการของผู้คนที่มาเที่ยวจนเปรียบเสมือน"พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมชีวิต"ที่มีความสมบูรณ์แบบอย่างเหลือเชื่อที่ยังไม่ถูกมนุษย์เข้ามารบกวน ดั่งความเห็นจากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มาเที่ยวถ้ำ ฮัวหมะ
“ถ้ำแห่งนี้งดงามมากด้วยสีสันสดใส แสงไฟที่ผสมสีแดง ส้ม และเขียวตระการตามาก คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดทุกส่วนของหินงอกหินย้อยได้ น่าทึ่งจริงๆ”
"ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำธรรมชาติที่สมบูรณ์ แม้ทางขึ้นถ้ำค่อนข้างลำบาก ต้องเข้าไปลึกถึง 700 เมตร แต่สิ่งที่ได้ปรากฎให้เห็นกับตาคือบรรยากาศภายในที่เต็มไปด้วยหินงอกและหินย้อยธรรมชาติมากมายอายุนับร้อยๆปี"
“ดิฉันได้ไปเที่ยวและสำรวจถ้ำหลายแห่งในเขตเขาทางตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว แต่พบว่าถ้ำฮัวหมะนั้นมีความพิเศษและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ภายในถ้ำค่อนข้างราบเรียบ และภูมิประเทศโดยรอบก็สำรวจได้ง่ายโดยไม่ต้องปีนป่าย”
ถ้ำฮัวหมะ ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจเพราะความสวยงามตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับตำนานนิทานพื้นบ้านของคนท้องถิ่นเพราะชื่อถ้ำ "ฮัวหมะ" ในภาษาชนเผ่าไตหมายถึง "หัวม้า" ซึ่งเชื่อมโยงกับตำนานเกี่ยวกับดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตที่เคยอาศัยอยู่ในถ้ำทำให้ผู้คนรู้สึกกลัวไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปถ้ำแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ เปิดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น คุณเหงวียน ห่ง เลียน เจ้าหน้าที่จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัด ท้ายเงวียน กล่าวว่า
“นักท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชมว่า ถ้ำฮัวหมะ เป็นถ้ำที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบัน ซึ่งเพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์อย่างสะดวกสบาย หน่วยงานที่ดูแลการบริการการท่องเที่ยวได้ปรับปรุงพื้นที่รอบนอก ติดตั้งม้านั่งและพื้นที่พักผ่อนเพื่อให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อน มีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างหลายจุดภายในถ้ำเพื่อให้การเยี่ยมชมสะดวกยิ่งขึ้นและช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงามอันลึกลับของถ้ำแห่งนี้”
การระบุถ้ำฮัวหมะ ลงในแผนที่การท่องเที่ยวท้องถิ่นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วยจากการส่งเสริมการบริการต่างๆในพื้นที่ การนำเที่ยวของไกด์ท้องถิ่น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคง ทั้งนี้ จากที่เคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับ ปัจจุบัน ถ้ำฮัวหมะ กำลังกลายเป็นจุดเด่นบนแผนที่การท่องเที่ยวของจังหวัดท้ายเงวียน./.
