“Hương ước” เปรียบเสมือน “ข้อตกลงร่วมกัน” ที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดและปฏิบัติตามด้วยความสมัครใจ กำหนดหลักปฏิบัติในการอยู่ร่วมกัน สืบทอดมาตรฐานทางศีลธรรม ขนบธรรมเนียมอันดีงาม และจิตสำนึกในการปกครองของแต่ละชุมชน ถือเป็นกฎระเบียบในการปฏิบัติของหมู่บ้าน โดยสืบสานคุณค่าหลักและเอกลักษณ์วัฒนธรรมของหมู่บ้านในอดีต จารีตประเพณีในยุคปัจจุบัน ยังได้เพิ่มเติมหลักปฏิบัติและมาตรฐานใหม่ ๆ เพื่อสร้างสรรค์วิถีชีวิตที่มีอารยธรรมและมีส่วนช่วยในรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

หมู่บ้านกึ๋อด่า ตำบลบิ่งมิงห์ เป็นที่รู้จักในฐานะหมู่บ้านโบราณแห่งหนึงในชานเมืองกรุงฮานอย มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่นและสะอาด ผู้คนมีความกลมเกลียว ผู้ใหญ่เมื่อพบกันก็มักหยุดพูดคุยและเด็ก ๆ ก็แสดงความสุภาพต่อผู้สูงอายุ วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและคุณค่าเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของหมู่บ้าน นายเหงียนดังตวน ผู้สูงอายุในหมู่บ้านกล่าวว่า

“Hương ước ได้รับการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว นี่คือวัฒนธรรมของหมู่บ้าน เป็นมรดกของหมู่บ้าน ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยทุกคนต่างปฏิบัติตาม”

เช่นเดียวกับชาวบ้านกึ๋ด่า ชาวบ้านในหมู่บ้านโถโค้ย แขวงลองเบียน กรุงฮานอย ต่างก็ภาคภูมิใจใน จารีตประเพณีของหมู่บ้านเป็นอย่างมาก นายเหงียนวันดาด ผู้ที่ได้รับความนับถือในหมู่บ้านกล่าวว่า จารีตประเพณีของหมู่บ้านไม่เพียงแต่เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเท่านั้น หากยังเป็นแหล่งเก็บรักษาความรู้พื้นบ้านและบรรทัดฐานทางศีลธรรมที่ชุมชนได้กลั่นกรองและสั่งสมผ่านกาลเวลา อาจเพราะมาจากความเห็นพ้องของชาวบ้านโดยตรง และจารีตประเพณีจึงยังคงทรงคุณค่าถึงทุกวันนี้ แม้จะผ่านกาลเวลามาแล้วหลายร้อยปีก็ตาม

“ผู้ดำรงตำแหน่งสูงๆ และผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านรวม 58 คนได้ร่วมลงชื่อและประทับลายนิ้วมือไว้ ดังนั้น จารีตประเพณีจึงเป็นเอกสารที่รวบรวมภูมิปัญญา มีเนื้อหาที่ดีและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน จึงสามารถดำรงอยู่สืบต่อมาได้เป็นเวลายาวนาน”

เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป จารีตประเพณีก็ได้รับการเพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาของแต่ละท้องถิ่น จารีตประเพณี จะสามารถแสดงคุณค่าได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีการประเมินและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ปัจจุบัน การควบรวมจังหวัดและนครต่างๆ ได้ส่งผลกระทบในระดับหนึ่งต่อวิถีชีวิตของหมู่บ้านและตำบล ศาสตราจารย์ ดร. บุ่ยกวางแทง จากสถาบันวัฒนธรรม ศิลปะ กีฬาและการท่องเที่ยวเวียดนามกล่าวว่า การรวมหมู่บ้านต่าง ๆ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนและการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

“สำหรับทางการปกครองในรูปแบบใหม่ การจัดทำ จารีตประเพณีและระเบียบวัฒนธรรมฉบับใหม่ยังคงต้องยึดหลักการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ ขณะเดียวกันต้องเคารพเอกลักษณ์ของแต่ละหมู่บ้านและส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน กระบวนการดังกล่าวควรนำขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของแต่ละหมู่บ้านมาใช้ เพื่อให้สามารถรักษาคุณค่าหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความสามัคคีของชุมชน การปกครองตนเอง และจิตสำนึกในความรับผิดชอบ”

ถึงแม้จะมีการเพิ่มเติมข้อกำหนดใหม่ๆ เช่น การสร้างสรรค์ชนบทใหม่ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการสร้างวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม แต่แก่นสำคัญของ จารีตประเพณียังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในท้องถิ่นหลายแห่ง จารีตประเพณียังมีส่วนช่วยปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติของประชาชน ขนบธรรมเนียมที่ล้าสมัยค่อย ๆ ถูกยกเลิก ขณะที่วิถีปฏิบัติที่มีอารยธรรมค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เกิดจากคำสั่งทางปกครอง แต่มีจุดเริ่มต้นจากความเห็นพ้องของชุมชน ผ่านกระบวนการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าใจและร่วมกันปฏิบัติ จนกลายเป็นความงดงามทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน./.