การจัดพิมพ์คือภาคปฏิบัติทางอุดมการณ์ของพรรค รัฐและประชาชน พร้อมทั้งเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และการเผยแพร่คุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ เป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างองค์ความรู้ของประชาชาติและเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าทางสังคม แนะแนวและกำหนดความงามในสังคม ยกระดับความรู้ของประชาชน พัฒนาวัฒนธรรมและปกป้องบุคลิกของคนเวียดนามอย่างรอบด้าน รองศาสตราจารย์ ดร. ฝามมิงห์ต๊วน ประธานสมาคมการจัดพิมพ์เวียดนามและรองบรรณาธิการวารสารคอมมิวนิสต์กล่าวว่า
“ในฐานะสถาบันทางอุดมการณ์และวัฒนธรรมที่มีลักษณะเฉพาะ อุตสาหกรรมการจัดพิมพ์ต้องปฏิรูปทั้งในด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการดำเนินงานและต้องยืนยันบทบาทของตนในภารกิจการพัฒนาองค์ความรู้ การบ่มเพาะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างพื้นฐานทางจิตใจของสังคมให้มั่นคง ซึ่งการสร้างระบบการจัดพิมพ์ที่ทันสมัย เป็นมืออาชีพและเต็มไปด้วยมนุษยธรรม มิได้เป็นเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น หากยังเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนาประเทศในศักราชใหม่อีกด้วย”
อุตสาหกรรมการจัดพิมพ์เวียดนามกำลังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูล ขยายพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงให้แก่เศรษฐกิจฐานความรู้ แต่เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้สามารถเป็นแกนหลักในระบบนิเวศการสร้างสรรค์องค์ความรู้ของประเทศและเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล รองศาสตราจารย์ ดร. ลิววันกว๋าง รองผู้อำนวยการสถาบันการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เสนอว่า
“จำเป็นต้องผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล พัฒนาสิ่งพิมพ์ตามแนวทางที่หลากหลายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น นำปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดพิมพ์ สร้างสรรค์ระบบการจัดพิมพ์ให้มีความหลากหลายและพัฒนาสู่สื่อมัลติมีเดีย สร้างห่วงโซ่คุณค่าและเนื้อหาดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน ต้องขยายผลคุณค่าทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้ของเวียดนามในพื้นที่ดิจิทัล โดยเป้าหมายคือสร้างสรรค์อุตสาหกรรมการจัดพิมพ์และการพิมพ์จำหน่ายที่เป็นมืออาชีพ ทันสมัยและเต็มไปด้วยมนุษยธรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่านได้ดียิ่งขึ้น และเสริมสร้าง Soft Power ของวัฒนธรรมเวียดนามให้โดดเด่นยิ่งขึ้น”
อุตสาหกรรมการจัดพิมพ์เวียดนามตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2030 สำนักพิมพ์ทุกแห่งจะเป็นสำนักพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหมายความว่า จะดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างครบวงจร ปรับเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มการเผยแพร่สื่อแบบมัลติมีเดียร์และใช้ปัญญาประดิษฐ์และบิ๊กดาต้าในการดำเนินงาน นอกจากนี้จะมีสถานประกอบการตีพิมพ์ร้อยละ 80 บรรลุมาตรฐานการผลิตให้ทันสมัย คือยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมส่วนประกอบที่ทันสมัย บรรลุมาตรฐานดิจิทัลและมาตรฐานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดพิมพ์ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้เท่านั้น หากยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย นั่นคือสิทธิ์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ทางปัญญา การจัดพิมพ์เป็นทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล นาง เหงวียนถิหมีลิงห์ รองอธิบดีกรมสื่อสารและการจัดพิมพ์สังกัดคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ให้การศึกษาและรณรงค์มวลชนส่วนกลางย้ำว่า
“ควรมองการจัดพิมพ์เป็นอุตสาหกรรมเชิงเนื้อหาที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง โดยแต่ละผลงานไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมเท่านั้น หากยังสามารถพัฒนาเป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินทางปัญญาที่มีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การสร้างสรรค์เนื้อหาไปจนถึงการปฏิบัติภารกิจด้านวัฒนธรรมและมีส่วนร่วมโดยตรงต่อการเติบโตของ GDP การจัดพิมพ์กลายเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางสำหรับผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ภาพยนตร์ รายการบันเทิง เกมและผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกในปัจจุบัน เช่น วิดีโอและภาพยนตร์สั้นบน TikTok และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ จากนั้นก็สร้างสรรค์พื้นที่การบริโภคเกี่ยวกับองค์ความรู้และวัฒนธรรมที่มีความยืดหยุ่นและปฏิสัมพันธ์ได้มาก”
เวียดนามกำลังมุ่งสู่การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมการจัดพิมพ์ที่ทันสมัย มีมนุษยธรรมและเป็นมืออาชีพ โดยถูกกำหนดเป็นช่องทางสำคัญในการนำเวียดนามเข้าสู่กระแสความรู้ของโลกอย่างลึกซึ้งและสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในระบบวัฒนธรรมโลก.
