โก๋ลวามีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐเอาหลากในสมัยกษัตริย์อานเยืองเวือง เมื่อศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราชและในสมัยกษัตริย์โงเกวี่ยน (ค.ศ. 898–944)

คุณค่าโดดเด่นระดับโลกของแหล่งโบราณสถานโก๋ลวาสอดคล้องกับ 2 ในบรรดาเกณฑ์การพิจารณามรดกทางวัฒนธรรมตามอนุสัญญามรดกโลกของ UNESCO ซึ่งกำหนดขึ้นเพื่อใช้ระบุคุณค่าโดดเด่นระดับโลก โดยรองศาสตราจารย์ ดร. หวู วัน กวน หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอยกล่าวว่า

“โก๋ลวามี 2 เกณฑ์ตามมรดกโลกของ UNESCO คือ เกณฑ์ที่ว่าด้วยมรดกซึ่งเป็นตัวแทนหรือเป็นหลักฐานอันโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียว หรืออย่างน้อยก็มีความแตกต่างอย่างยิ่งต่อขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ยังคงดำรงอยู่หรือได้สูญสลายไปแล้ว และเกณฑ์ที่ว่าด้วยสิ่งก่อสร้าง กลุ่มอาคารทางสถาปัตยกรรม หรือเทคโนโลยี หรือภูมิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงช่วงหนึ่งหรือหลายช่วงในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ”

เมื่อกล่าวถึงโก๋ลวาก็ต้องนึกถึงคุณค่าโดดเด่นอยู่ 5 ประการ ได้แก่ เป็นเมืองที่มีป้อมปราการขนาดใหญ่และเก่าแก่แห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ มีเทคนิคการก่อสร้างขั้นสูง แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับการก่อสร้างและมีอิทธิพลในระยะยาวต่อการวางผังเมืองหลวงของเวียดนาม โก๋ลวาไม่ซ้ำกับคุณค่าโดดเด่นระดับโลกของแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. เหงวียน กวาง หง็อก รองประธานสมาคมวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์เวียดนามกล่าวว่า

“โก๋ลวาเป็นเมืองหลวงยุคแรกสุด โดดเด่นที่สุด และเป็นแหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำแดง เมืองโก๋ลวาตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงได้ถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นทั้งเมืองป้อมปราการและราชธานี เป็นสิ่งก่อสร้างทางการทหารที่มั่นคง แข็งแรงและมีแนวป้องกันหลายชั้นหลายระดับ แสดงให้เห็นว่าระดับการพัฒนาทางการทหารของรัฐเอาหลากก้าวหน้าเหนือกว่ารัฐอื่น ๆ ในภูมิภาค เมืองโก๋ลวาสอดคล้องกับเกณฑ์การพิจารณาให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก”

ตามตำนานเล่าขานกันว่า โก๋ลวามีกำแพงเมือง 9 ชั้นที่ทอดตัวเป็นเกลียวคล้ายก้นหอย จึงทำให้ชาวเมืองในอดีตเรียกเมืองแห่งนี้ว่า “เมืองหอย” (Thành Ốc) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกาลเวลาและสงคราม ปัจจุบันกำแพงเมืองเหลืออยู่เพียง 3 ชั้น คือ กำแพงชั้นใน กำแพงชั้นกลางและกำแพงชั้นนอก คุณค่าโดดเด่นระดับโลกของโก๋ลวาไม่เพียงแต่อยู่ที่ระบบกำแพงเมืองทั้ง 3 ชั้นเท่านั้น หากยังอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างกำแพงเมือง คูเมือง แม่น้ำหว่างยางและเครือข่ายแม่น้ำแดง ซึ่งสัมพันธ์กับลักษณะภูมิประเทศบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ตอนกลางกับที่ราบลุ่มภาคเหนือของเวียดนาม รองศาสตราจารย์ ดร. ต๊ง จุง ติ๊น ประธานสมาคมโบราณคดีเวียดนามกล่าวว่า

“เทคนิคการก่อสร้างกำแพงเมืองโก๋ลวาถือว่าเยี่ยมยิ่งใหญ่มาก มีการนำดินมาถมมากกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยขุดคูเมืองโดยรอบแล้วนำดินที่ขุดได้มาถมสร้างเป็นคันดินเพื่อใช้ในการป้องกันเมือง การศึกษาทางโบราณคดีที่โก๋ลวา มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยภายในพื้นที่ โก๋ลวา มีการค้นพบหลักฐานของแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งผลิตและถลุงโลหะ หลุมฝังศพ แหล่งเก็บสิ่งของ เป็นต้น ซึ่งมีแหล่งโบราณคดีลักษณะดังกล่าวรวมกว่า 20 แห่ง”

โก๋ลวาไม่เพียงแต่เป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อการป้องกันเมืองเท่านั้น หากยังเป็นภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการออกแบบและใช้งานให้เป็นโครงสร้างที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร. เหงวียน วัน กิม รองประธานสภามรดกวัฒนธรรมแห่งชาติกล่าวว่า

“แหล่งโบราณสถานโก๋ลวาเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญสูงสุดของเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองโก๋ลวามีคุณค่าทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรม ถือเป็นหลักฐานที่มีพลังอย่างยิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการกำเนิดและระดับการพัฒนาอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมดงเซินและรัฐเอาหลาก นี่คือพื้นฐานสำคัญในการเตรียมข้อโต้แย้งเพื่ออธิบายและสนับสนุนเกณฑ์การคัดเลือก ตลอดจนคุณค่าโดดเด่นระดับโลกของแหล่งโบราณสถานโก๋ลวา”

กรุงฮานอยกำลังดำเนินการจัดทำแผนการวางผังกรุงฮานอย โดยมีวิสัยทัศน์ในระยะ 100 ปี นาย เหงวียน วัน ฟอง รองเลขาธิการพรรคสาขากรุงฮานอยและหัวหน้าคณะกรรมการชี้นำการดำเนินโครงการอนุรักษ์ บูรณะและส่งเสริมคุณค่าของพระราชวังหว่างแถ่งทังลองและแหล่งโบราณสถานโก๋ลวากล่าวว่า

“จำเป็นต้องเร่งจัดทำแผนการวางผังโก๋ลวา โดยรวบรวมและจัดระบบผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ โก๋ลวา อย่างเป็นระบบ และวาง โก๋ลวา ไว้ในภาพรวมที่เชื่อมโยงกับกระบวนการพัฒนาของทังลอง – ฮานอย ขณะเดียวกัน ควรเร่งจัดทำโครงการเพื่อดำเนินการด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงแต่พื่อรองรับการศึกษาวิจัยเท่านั้น หากยังเพื่อใช้โดยตรงในการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่คุณค่าโดดเด่นของแหล่งโบราณสถาน โก๋ลวา”

โก๋ลวาเป็นสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำแดง การที่กรุงฮานอยจะเสนอให้ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะช่วยยืนยันคุณค่าโดดเด่นระดับโลกของเมืองหลวงโบราณแห่งนี้และสร้างแรงผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์มรดกอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเป็นตัวเมืองของเขตชนบท./.