วัฒนธรรมจามเป็นส่วนสำคัญของระบบวัฒนธรรมเวียดนาม สะท้อนผ่านระบบปราสาทโบราณ ศิลปะสถาปัตยกรรมและประติมากรรม เทศกาล ความเชื่อ ภาษา ดนตรี ศิลปะการแสดงและงานหัตถกรรมดั้งเดิมต่างๆ โดยแหล่งมรดกวัฒนธรรมจามหลายแห่งได้กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น ปราสาทจามต่างๆ ในจังหวัดแค้งหว่า จังหวัดเลิมด่ง จังหวัดยาลายและจังหวัดดั๊กลั๊ก เขตโบราณสถานหมีเซิน พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามดานัง รวมถึงหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาบ่าวจุ๊กและหมู่บ้านทอผ้าหมีเหงียบ
ที่ปราสาท Pô Klong Garai ซึ่งเป็นโบราณสถานจามที่โดดเด่นในแขวงโดวิงห์ จังหวัดแค้งหว่า นักท่องเที่ยวต่างใช้โทรศัพท์สแกนคิวอาร์โค้ดหน้าปราสาท เพียงไม่กี่วินาที ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม โบราณวัตถุ และคุณค่าทางวัฒนธรรมก็ปรากฏบนหน้าจอ นางสาว ต่ายกงถุ่ยเหยียม มัคคุเทศก์ประจำปราสาท Pô Klong Garai กล่าวว่า ระบบคิวอาร์โค้ดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเยี่ยมชมและเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี
“คิวอาร์โค้ดช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด้วยตนเองสามารถสแกนเพื่อฟังคำบรรยายเสียงและเดินชมตามจุดต่าง ๆ ของปราสาทได้ เมื่อเสียงบรรยายถึงส่วนใด ก็สามารถชมสถานที่จริงพร้อมภาพประกอบได้ทันที หากมีข้อสงสัย เราก็พร้อมให้คำแนะนำและตอบคำถาม”
การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมจามเป็นรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่กำลังนำมาใช้ในโบราณสถานหลายแห่งของจังหวัดแค้งหว่าในงานเทศกาลวัฒนธรรมชนเผ่าจามครั้งที่ 6 นายเจิ่นหิวลี้ นักท่องเที่ยวจากจังหวัดยาลายรู้สึกประทับใจและสนุกกับประสบการณ์รูปแบบใหม่นี้มาก
“สะดวกมาก หากผมต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับปราสาท ประวัติความเป็นมาหรือภูมิทัศน์และโบราณสถานใกล้เคียง ก็สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมผ่านคิวอาร์โค้ด แม้ไม่มีมัคคุเทศก์ ก็ยังเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างครบถ้วน”
การแปลงโบราณสถานทางวัฒนธรรมจามเป็นข้อมูลดิจิทัลเป็นโครงการใหม่ที่สำนักงานวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดแค้งหว่ากำลังดำเนินการ ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมเทคนิคได้ลงพื้นที่สำรวจ สแกนภาพ 3 มิติ ถ่ายภาพและประมวลผลข้อมูลในโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง ข้อมูลทั้งหมดถูกระบุเข้าในฐานข้อมูล และเชื่อมโยงกับเอกสารและโบราณวัตถุที่จัดเตรียมไว้โดยศูนย์อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมจังหวัดฯและพิพิธภัณฑ์จังหวัดฯ
นายเหงียนชี้แทง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่เข้าร่วมโครงการกล่าวว่า นอกจากการแปลงภาพและข้อมูลเป็นดิจิทัลแล้ว จังหวัดแค้งหว่ายังผสานเทคโนโลยีเสมือนจริงและใช้ภาษาต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศสามารถเข้าถึงมรดกวัฒนธรรมเหล่านี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น
“ปัจจุบันเรามี 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาเวียดนาม ภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซียและภาษาจีน และจะทยอยเพิ่มอีก 7–12 ภาษา นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลยังมีข้อมูลประกอบภาพต่าง ๆ และพื้นที่เสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าชมและเรียนรู้ได้อย่างสมจริง”
ผู้บริหารสำนักงานวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดแค้งหว่ากล่าวว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านมรดกวัฒนธรรมจามจะช่วยจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล สร้างฐานข้อมูลเพื่อการวิจัย ส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมจามและสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวเสมือนจริงให้แก่นักท่องเที่ยว นาง ท้ายถิเหละหั่ง ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดแค้งหว่า กล่าวว่า
“เราได้ดำเนินโครงการนี้เสร็จสิ้นก่อนการจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมจาม โดยการแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัลจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถสัมผัสทั้งสถานที่จริงและพื้นที่เสมือนจริง ขณะเดียวกัน ผู้ที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางมาถึงสถานที่ก็สามารถเยี่ยมชมผ่านระบบภาพสามมิติทางอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน”
เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงโบราณสถานที่มีอายุนับร้อยปีและมรดกวัฒนธรรมอื่น ๆ ของชนกลุ่มน้อยเผ่าจาม การปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลกำลังเปิดแนวทางการเข้าถึงรูปแบบใหม่ช่วยให้มรดกวัฒนธรรมจามก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางกายภาพและกลายเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่สามารถเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง อันเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิม สร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่กระบวนการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว./.
