คำทักทายนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับพี่น้องประชาชนชนเผ่าต่าง ๆ ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียนในตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นขณะไปทำไร่ ระหว่างการเดินทางบนท้องถนนหรือบนรถโดยสาร คุณ Nay Jet บรรณาธิการรายการภาคภาษาจารายของสถานีวิทยุเวียดนามประจำเขตที่ราบสูงเตยเงวียนตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งรายการได้เล่าว่า ในช่วงแรก คำศัพท์ที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันนั้นค่อนข้างง่าย แต่เมื่อต้องถ่ายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์และนโยบายต่าง ๆ กลับพบว่าคำศัพท์ของชนกลุ่มน้อยมีไม่พอและเป็นเรื่องยาก คำศัพท์เฉพาะทางแทบไม่เคยปรากฏมาก่อนในวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยที่นี่

“แม้แต่ชื่อของหน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับส่วนกลาง ระดับท้องถิ่น จังหวัด อำเภอ และตำบล ในช่วงเวลานั้นก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก หากแปลโดยตรงจะต้องใช้ภาษาเวียดนามถึงร้อยละ 60 ขณะนั้นผู้ฟังวิทยุได้แสดงความคิดเห็นว่า รายการใช้ภาษาเวียดนามมากเกินไป ดังนั้น เราจึงต้องไปสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน สอบถามปัญญาชน และชาวกิงที่สามารถพูดภาษาจารายได้ เมื่อพบคำใดก็จะจดบันทึกลงในสมุด สำหรับพวกเราทุกอย่างเหมือนเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เราจดรายชื่อผู้นำประเทศของกว่า 180 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในรัฐบาลทั้งหมดด้วย”

ไม่เพียงแต่ภาษาพูดเท่านั้น แต่ระบบอักษรของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียนก็ถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้สื่อข่าววีโอวี เนื่องจากตัวอักษรสำคัญบางตัวไม่มีอยู่ในชุดแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ ในช่วงที่ยังจัดทำรายการด้วยการเขียนด้วยลายมือ ทุกอย่างค่อนข้างง่าย แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์และเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงต้องเผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์ของสถานี ปัญหานี้ก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในช่วงปี 2003–2005 บรรณาธิการ Nay Jet และวิศวกร หวอ หงอก เหียบ ได้ดำเนินโครงการวิจัย TaynguyenKey เพื่อพัฒนาชุดแป้นพิมพ์เฉพาะสำหรับระบบอักษรของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียน

“ในช่วงนั้น พวกเราเพียงคิดว่า จะพิมพ์ตัวอักษรให้ถูกต้องเพื่อใช้ในการกระจายเสียงทางวิทยุเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าในภายหลังจะนำมาใช้เพื่อเผยแพร่รายการต่าง ๆ บนเว็บไซต์ด้วย TaynguyenKey ช่วยให้พวกเราสะดวกมากขึ้นในการเขียนภาษาของชนเผ่าต่าง ๆ ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียน”

ทุกครั้งเมื่อลงพื้นที่ทำข่าว ผู้สื่อข่าวของสถานีวิทยุเวียดนามมักจะขอให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ ตอบสัมภาษณ์เป็นภาษาชนเผ่า แต่หลายคนกลับตอบเป็นภาษาเวียดนาม โดยให้เหตุผลว่าภาษาแม่ของตนไม่มีคำศัพท์ที่สามารถสื่อความหมายได้ ด้วยเหตุนี้ ในตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผู้จัดทำรายการภาษาของชนกลุ่มน้อยในเขตที่ราบสูงเตยเงวียนได้พยายามค้นหาและฟื้นฟูคำศัพท์และภาษาของชนเผ่าต่าง ๆ ในพื้นที่ทีละคำและทีละประโยคอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุณ Nhát Lisa บรรณาธิการรายการภาคภาษาเซอดังกล่าวว่า หากรายการภาษาชนกลุ่มน้อยเผ่าต้องการคงอยู่ในใจของพี่น้องประชาชน ก็ไม่เพียงแต่ต้องมีเนื้อหาข่าวสารที่มีคุณภาพเท่านั้น หากยังต้องรักษาภาษา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าตนเองไว้ให้ได้ด้วย ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ทำข่าว คุณ Nhát Lisa มักจะเดินเท้าเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรเพื่อไปยังหมู่บ้านพบปะกับศิลปินพื้นบ้านผู้ขับร้องเพลงพื้นเมือง

“การลงพื้นที่ตามหาศิลปินพื้นบ้านได้ช่วยให้เราเข้าใจว่า การรักษาเสียงเพลง เสียงฆ้องและภาษาพูดของชนเผ่าเซอดังไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น หากเหนือสิ่งอื่นใดคือความจริงใจและความอดทน เมื่อใช้ชีวิตราวกับเป็นลูกหลานหรือเป็นน้องคนหนึ่งที่กลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ร่วมออกไปทำไร่ทำสวน และรับฟังเรื่องราวชีวิตของชาวบ้านด้วยความเข้าใจ ศิลปินพื้นบ้านจึงจะเปิดใจและเริ่มขับร้องเพลง ท่ามกลางผืนไร่อันกว้างใหญ่สุดสายตา ถึงแม้การบันทึกเสียงจะมีเสียงรบกวนมากมาย แต่เรายังคงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาเสียงอันล้ำค่าจากผืนป่าแห่งที่ราบสูงไว้ให้ได้ เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น วันหนึ่งในอนาคต บทเพลงเหล่านั้นอาจเหลืออยู่เพียงแค่ในความทรงจำเท่านั้น”

ปัจจุบัน ภารกิจกระจายเสียงภาษาชนกลุ่มน้อยในเขตที่ราบสูงเตยเงวียนกำลังถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในสายงาน ซึ่งในวันนี้ พวกเขาไม่ได้ทำงานเฉพาะด้านวิทยุกระจายเสียงเท่านั้น หากยังได้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอีกด้วย แฟนเพจ เว็บไซต์ วิดีโอสั้น หนังสือสองภาษาและกิจกรรมการเรียนภาษาในชุมชน เป็นต้น กำลังกลายเป็น “ส่วนต่อขยาย” ของรายการฯ คุณ H’Zawut บรรณาธิการรุ่นใหม่ของรายการภาคภาษาเอเดกล่าวว่า นอกเหนือจากงานด้านวิทยุกระจายเสียงแล้ว เธอยังจัดทำหนังสือภาษาเอเด – เวียดนาม รวมทั้งจัดชั้นเรียนและกิจกรรมภาคฤดูร้อนสำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย โดยพยายามให้เยาวชนชาวเอเดหันมาสนใจพูดและร่วมกันอนุรักษ์ภาษาของชนเผ่าตนเองให้คงอยู่ต่อไป

“สำหรับบรรณาธิการภาคภาษาชนกลุ่มน้อย ไม่เพียงแต่มีหน้าที่รักษาภาษาเอาไว้เท่านั้น หากยังต้องมีส่วนร่วมทำให้ภาษานั้นมีชีวิตชีวาและใกล้ชิดกับชาวบ้านมากยิ่งขึ้น สำหรับตัวดิฉันเอง ดิฉันต้องการใช้วิชาชีพและความรู้ทั้งหมดเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้าถึงภาษาเอเดมากขึ้น หากคนรุ่นใหม่ในวันนี้ไม่ช่วยกันสืบสานและอนุรักษ์ วันหนึ่งภาษานี้อาจเหลืออยู่แค่ในความทรงจำเท่านั้น ดิฉันหวังว่า ภาษาเอเดจะได้รับการอนุรักษ์ และพัฒนาต่อไป”

ในตลอดกว่า 30 ปีแห่งการอนุรักษ์ภาษาของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียน ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามภาคภาษาชนกลุ่มน้อยได้ค้นหาและรวบรวมถ้อยคำแต่ละคำจากหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค และในทุกวันนี้ บรรณาธิการรุ่นใหม่ยังคงสานต่อภารกิจนี้ด้วยการค้นหาหนทางในการอนุรักษ์ภาษาเหล่านี้ท่ามกลางกระแสข้อมูลอันมหาศาลบนโลกดิจิทัล แม้จะเดินบนเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่บรรณาธิการแต่ละคนต่างมีความมุ่งหวังเดียวกัน คือ เพื่อให้ภาษาของชนกลุ่มน้อย ในเขตที่ราบสูงเตยเงวียนหลอมรวมอยู่ใน “เสียงแห่งเวียดนาม” ตลอดไป. /.