การธำรงการขยายตัว การรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน ต้องการมีส่วนร่วมของทั้งระบบการเมือง
เร่งผลักดันแรงขับเคลื่อนการเติบโต
จากคำสั่งของส่วนกลาง กระทรวงและหน่วยงานต่างๆกำลังผลักดันการปฏิบัติมาตรการต่างๆ สำหรับหน่วยงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตด้านอุตสาหกรรมที่ร้อยละ 12-14 ในช่วงครึ่งปีหลัง นาย ฝ่ามวันกวน รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เผยว่า ทางกระทรวงฯได้เร่งจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชย์ โดยให้ตลาดมีบทบาทเป็นแกนนำ พลังงานเป็นส่วนสนับสนุน และอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
“หนึ่งคือการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ สองคือการแก้ไขอุปสรรคในการปฏิบัติโครงการไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อพัฒนาและตอบสนองมาตรฐานด้านไฟฟ้าให้เพียงพอ เราจะเดินหน้าพัฒนาตลาดและส่งเสริมตลาดส่งออกควบคู่กับการขยายตลาดภายในประเทศ”
ในขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นด้านที่มีสัดส่วนสูงของการส่งออกของเวียดนาม ให้อยู่ที่กว่า 1 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ สมาพันธ์แปรรูปและส่งออกสัตว์น้ำของเวียดนามหรือ VASEP กำลังผลักดันการเข้าถึงตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากตลาดดั้งเดิม นาง เลหั่ง รองเลขาธิการสมาคม VASEP ได้ย้ำว่า
“ตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กุ้ง ซึ่งจีนจะเพิ่มการนำเข้ากุ้งกุลาดำและกุ้งมังกรจากเวียดนาม เราจำเป็นต้องใช้โอกาสจากตลาดที่มีความผันผวนน้อยและมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น อาเซียน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี นอกจากนี้ต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าแปรรูปขั้นสูง และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในด้านราคาได้มากขึ้น”
ท้องถิ่นต่างๆยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจสูงในการบรรลุเป้าหมายการเติบโต จากการใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของแต่ละเขต ท้องถิ่นต่างๆได้จัดทำแผนการเติบโต ให้ความสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุน ผลักดันการปฏิบัติโครงการสำคัญ ปฏิรูประเบียบราชการและสนับสนุนสถานประกอบการเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนาใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่จริงจัง
พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติ
ทุกการตัดสินใจกำลังได้รับการปฏิบัติบนเจตนารมณ์ที่เร่งด่วนและเข้มแข็งเพราะผลการปฏิบัติใน 6 เดือนที่เหลือของปีจะเป็นพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติเป้าหมายการพัฒนาในปีต่อๆ ไป
ในการประชุมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การพัฒนาใน 6 เดือนแรกของปีและหน้าที่ใน 6 เดือนที่เหลือของปี นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้ย้ำอีกครั้งว่า ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆคือการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค ควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ค้ำประกันความสมดุลหลักของเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในตลาด นี่คือเงื่อนไขเบื้องต้นเพื่อให้สถานประกอบการมั่นใจในการขยายการผลิต นักลงทุนเลือกเวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางในระยะยาว และหุ้นส่วนระหว่างประเทศเชื่อมั่นต่อศักยภาพการพัฒนาของเศรษฐกิจ
“ภาคส่วนใดหรือท้องถิ่นใดที่ได้บรรลุและเกินเป้าหมายการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกแล้ว ต้องพยายามต่อไปเพื่อให้บรรลุในระดับที่สูงขึ้น ส่วนภาคส่วนหรือท้องถิ่นใดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายต้องมีความมุ่งมั่นะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะกรุงฮานอย นครโฮจิมินห์และท้องถิ่นที่เป็นแรงขับเคลื่อนของการเติบโต แผนการปฏิบัติของรัฐบาลได้กำหนดตัวเลขและหน้าที่ที่ชัดเจนมากให้แก่แต่ละภาคส่วนและท้องถิ่น จึงขอให้กระทรวง หน่วยงาน โดยเฉพาะจังหวัดและนครสังกัดส่วนกลาง ให้ความสนใจและดำเนินการตามแผนงานและแนวทางการบริหารของรัฐบาล”
ควบคู่กับเป้าหมายการขยายตัว การพัฒนาเศรษฐกิจต้องควบคู่กับการค้ำประกันสวัสดิการสังคม การพัฒนาแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสีเขียว และการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นี่ไม่เพียงแต่เป็นความต้องการของการพัฒนาอย่างยั่งยืนเท่านั้นหากยังเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ให้เวียดนามเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในสภาวการณ์ที่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และธรรมาภิบาลกำลังกลายเป็นแนวโน้มของโลก
ช่วง 6 เดือนที่เหลือของปีไม่เพียงแต่เป็นโค้งสุดท้ายเพื่อปฏิบัติแผนการปี 2026 เท่านั้น หากยังเป็นบททดสอบความสามารถในการปฏิบัติงานของทั้งระบบ ให้ความสำคัญต่อการระดมแหล่งพลังต่างๆ ปฏิบัติการที่เคร่งครัด และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน คือปัจจัยชี้ขาดเพื่อ บรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่เส้นทางการพัฒนาต่อไปของประเทศ และยกระดับสถานะของเวียดนามในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก.
