ในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลและเทคโนโลยีถือเป็นเงื่อนไขจำเป็น แต่การลดช่องว่างเกี่ยวกับความรู้ต้องมีแหล่งพลังที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นคือมนุษย์

ในบริบทดังกล่าว เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเวียดนามด้าน AI ทั่วโลกได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเป็นชุมชนผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินงานและเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องจริงจัง มีความเปิดกว้าง คล่องตัวและสมัครใจ โดยผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าร่วมตามแต่ละโจทย์ปัญหา ภารกิจ หรือโครงการ ทั้งในรูปแบบเข้าร่วมโดยตรงหรือทางออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญและสถานการณ์ของตนเอง เพื่อร่วมอุทิศให้แก่ กระบวนการพัฒนาประเทศ

กลไกที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับความต้องการในภาคปฏิบัติจริง

ประเด็นที่น่าสนใจคือวิธีการเชื่อมโยง เครือข่ายฯ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นเพียงแค่รายชื่อที่รวบรวมผู้มีความสามารถด้าน AI เท่านั้น แต่เน้นถึงการสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับความต้องการในความเป็นจริง จากความต้องการจริงในท้องถิ่นและภาคธุรกิจ เครือข่ายฯ สามารถรวบรวมเป็นโจทย์ปัญหาใหญ่ เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม และก่อตั้งทีมวิจัย ทีมที่ปรึกษาระหว่างสาขาและระหว่างองค์กร รองศาสตราจารย์ ดร. เหงวียน ต๊วน ฮึง อาจารย์มหาวิทยาลัยโทโฮกุ ประเทศญี่ปุ่น แสดงความเห็นว่า

"การจัดตั้งเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ AI เป็นก้าวเดินสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญคือไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมโยงผู้คนที่ทำงานเกี่ยวกับ AI เท่านั้น หากยังเป็นการสร้างกลไกเพื่อร่วมกันแก้โจทย์ปัญหาใหญ่ๆ ของเวียดนามในปัจจุบันอีกด้วย การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์จะมุ่งสู่เป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่ เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อตั้งเป็นทีมวิจัยในแต่ละสาขาเฉพาะ แบ่งปันข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์การวิจัยระหว่างนักวิทยาศาสตร์ภายในประเทศและต่างประเทศ ก่อตั้งโครงการข้ามสาขาระหว่าง AI กับสาขา อื่นๆ และสนับสนุนการฝึกอบรมนักวิจัยรุ่นใหม่และนักศึกษาผ่านการร่วมกันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา"

นอกจากการเชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์แล้ว เครือข่ายฯ ยังเน้นถึงการแบ่งปันข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์การวิจัย การสร้างโครงการข้ามสาขาระหว่าง AI กับด้านอื่นๆ ตลอดจนสนับสนุนการฝึกอบรมนักวิจัยรุ่นใหม่ผ่านกลไกอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม นี่คือจุดสำคัญที่สร้างความหมายให้แก่เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เมื่อการเชื่อมโยงไม่เพียงแต่เป็นเป้าหมายปลายทาง แต่เป็นวิธีการเพื่อสร้างผลงาน นาย เจิ่นฟู้ถ่วน รองประธานและเลขาธิการสมาคมชาวเวียดนามในรัสเซียแสดงความเห็นพ้องกับการเปลี่ยนมุมมองนี้ว่า

"สิ่งที่พวกเราประทับใจมากคือการสร้างระบบนิเวศชาวเวียดนามโพ้นทะเลทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเนื้อหาสำคัญ ช่วยสร้างเครือข่ายชาวเวียดนามโพ้นทะเลทั่วโลกตามความเชี่ยวชาญที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักวิทยาศาสตร์ ภาคธุรกิจ สส. คนรุ่นใหม่ และจะจัดระเบียบตามแต่ละหัวข้อ"

เปลี่ยนแหล่งพลังให้เป็นศักยภาพด้านเทคโนโลยีภายในประเทศ

ในยุคดิจิทัล เมื่อระยะห่างทางภูมิศาสตร์ไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป แหล่งพลังด้านสติปัญญาของชาวเวียดนามโพ้นทะเลในการมีส่วนร่วต่อประเทศไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเดินทางกลับมาเวียดนาม เครือข่ายฯ มุ่งเน้นการนำ AI เข้าสู่โรงเรียน ภาคธุรกิจและด้านที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เพื่อส่งเสริมการฝึกอบรม การถ่ายทอดความรู้ นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ AI นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถเข้าร่วมให้คำปรึกษาและโต้แย้งในโจทย์ปัญหาใหญ่ ข้ามสาขา ระยะยาว หรือมีความหมายสำคัญต่อประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับศักยภาพการวิจัย การพัฒนา และการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI เชิงยุทธศาสตร์ ดร. เหงวียน กวาง เฟือก ประธานคณะบริหารเครือข่ายนวัตกรรมเวียดนามในสาธารณรัฐเกาหลีแสดงความเห็นว่า

"เวียดนามจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดจากการให้ทุนแก่การวิจัย มาเป็นการลงทุนเพื่อแก้โจทย์ปัญหาและสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีตลาดรองรับ เมื่อกำหนดภารกิจการวิจัย เราควรตั้งคำถาม 3 ข้อตั้งแต่เริ่มต้น นั่นคือ ใครต้องการเทคโนโลยีนี้ ใครจะนำไปใช้ และใครมีความสามารถในการนำเข้าสู่ตลาด หากตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ช่องว่างระหว่างการวิจัยและการพาณิชย์จะลดลงอย่างมาก"

เวียดนามมีชุมชนชาวเวียดนามที่ทำงานในศูนย์กลางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก นี่คือแหล่งพลังที่สามารถเติมเต็มระบบนิเวศนวัตกรรมภายในประเทศ ไม่เพียงแต่ด้วยความรู้เท่านั้น หากยังรวมถึงประสบการณ์การวิจัย เครือข่ายความร่วมมือ และความสามารถในการเข้าถึงแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเวียดนามด้าน AI ทั่วโลกจึงสามารถสร้างวิธีการเชื่อมโยงที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องนำผู้ที่มีความสามารถกลับประเทศ แต่ขั้นแรกคือนำความรู้ ประสบการณ์ และสายสัมพันธ์ของพวกเขามาร่วมกันแก้โจทย์ปัญหาของประเทศ และสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้แก่เวียดนาม./.