(VOVWorld)-ท่าน เหงวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามจะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นและเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกหรือจี๗ ณ จังหวัดมิ เอะ ประเทศญี่ปุ่นในระหว่างวันที่๒๖ถึง๒๘พฤษภาคม เวียดนามเป็นหนึ่งใน๗ประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมจี๗และเป็นประเทศ ที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในปัญหาของโลก
![]() (Photo: รัฐบาลญี่ปุ่น
|
นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่กลุ่มจี๗เชิญประเทศนอกกลุ่มเข้าร่วมการประชุมเพราะประเทศที่ดำรงตำแหน่งประธานการประชุมมีอำนาจเชิญประเทศที่เห็นว่า เหมาะสมกับการหารือเนื้อหาต่างๆของการประชุมและญี่ปุ่นก็ได้เลือกเวียดนามเป็นแขกรับเชิญในการประชุมครั้งนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เวียดนามได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมผู้นำของกลุ่มจี๗ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการที่สมาชิกกลุ่มจี๗ โดยเฉพาะญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อสถานะและบทบาทของเวียดนามในภูมิภาค
แสดงความรับผิดชอบต่อความท้าทายระดับโลก
การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี๗จะมีขึ้นในวันที่๒๗พฤษภาคมนี้ โดยมีประเทศสมาชิกลุ่มจี๗ ตัวแทนของสหภาพยุโรปและบรรดาแขกรับเชิญได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว บังคลาเทศ ศรีลังกา ปาปัวนิวกินีและองค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ องค์การความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย โดยที่ประชุมครั้งนี้จะเน้นหารือเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง ความมั่นคงในภูมิภาค การส่งเสริมสิทธิของสตรี สาธารณสุขและการผลักดันความร่วมมือในการปฏิบัติตามระเบียบวาระการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนจนถึงปี๒๐๓๐
ปีนี้ ญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมจี๗ในสภาวการณ์ที่ประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภัยคุกคามจากลัทธิการก่อการร้าย กระแสผู้อพยพและปฏิบัติการที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมในทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ตามความคิดเห็นของประเทศเจ้าภาพญี่ปุ่น ประเทศสมาชิกจี๗ต้องมีจุดยืนร่วมเพื่อกำหนดกระบวนที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขความท้าทายต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม
ในการพบปะกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ท่าน เหงวียนซวนฟุกนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เผยว่า เวียดนามและญี่ปุ่นอาจหารือเกี่ยวกับเนื้อหาต่างๆเพื่อผลักดันความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ผ่านการพบปะทวิภาคีนอกรอบการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้ง ให้คำมั่นว่า เวียดนามจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อร่วมกับญี่ปุ่นพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่างๆให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวียดนามจะหารือเกี่ยวกับเนื้อหาหลักของระเบียบวาระการประชุม รวมทั้ง ปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค ความปลอดภัยและเสรีภาพการเดินเรือในทะเลตะวันออก คาดว่า ในการประชุมผู้นำจี๗ ท่าน เหงวียนซวนฟุกจะมีบทปราศรัยที่สำคัญ
ปีนี้ ญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมจี๗ในสภาวการณ์ที่ประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภัยคุกคามจากลัทธิการก่อการร้าย กระแสผู้อพยพและปฏิบัติการที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมในทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ตามความคิดเห็นของประเทศเจ้าภาพญี่ปุ่น ประเทศสมาชิกจี๗ต้องมีจุดยืนร่วมเพื่อกำหนดกระบวนที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขความท้าทายต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม
ในการพบปะกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ท่าน เหงวียนซวนฟุกนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เผยว่า เวียดนามและญี่ปุ่นอาจหารือเกี่ยวกับเนื้อหาต่างๆเพื่อผลักดันความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ผ่านการพบปะทวิภาคีนอกรอบการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้ง ให้คำมั่นว่า เวียดนามจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อร่วมกับญี่ปุ่นพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่างๆให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวียดนามจะหารือเกี่ยวกับเนื้อหาหลักของระเบียบวาระการประชุม รวมทั้ง ปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค ความปลอดภัยและเสรีภาพการเดินเรือในทะเลตะวันออก คาดว่า ในการประชุมผู้นำจี๗ ท่าน เหงวียนซวนฟุกจะมีบทปราศรัยที่สำคัญ
![]() นาย ฟุมิโอะ คิชิดะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นและนาย เหงวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม
|
เวียดนามยืนยันสถานะที่เป็นสมาชิกที่มีชื่อเสียงของประชาคมโลก
ปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบในประชาคมโลก ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับการแสดงให้เห็นถึงผ่านผลสำเร็จของงานด้านต่างประเทศของเวียดนามเท่านั้น หากยังได้รับการชื่นชมจากประชาคมโลกอีกด้วย สหประชาชาติได้รับรองหลายครั้งว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศเดินหน้าในการแก้ปัญหาความยากจน ปฏิบัติตามเป้าหมายแห่งสหัสวรรษและข้อคิดริเริ่ม “สหประชาชาติเป็นหนึ่งเดียว” เวียดนามยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในระเบียบวาระการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาของโลก เป็นประเทศสมาชิกที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมสำคัญต่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ นาย Ted Osius เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนามได้ยืนยัน๓หลักการขั้นพื้นฐานของการทูตเวียดนามในความร่วมมือในภูมิภาคและโลกได้แก่ การเคารพและปกป้องหลักการและกฎหมายสากล ให้ความเคารพผลประโยชน์ของเวียดนามและประเทศหุ้นส่วนต่างๆและร่วมกับประเทศต่างๆรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและโลก ซึ่งกิจกรรมต่างๆในการผสมผสานและการปฏิบัติความรับผิดชอบต่อประชาคมโลกของเวียดนามได้แสดงให้เห็นผ่านการที่เวียดนามเข้าร่วมกลไกความร่วมมือในภูมิภาคและโลก คำมั่นระหว่างประเทศและบทบาทของเวียดนามที่นับวันเพิ่มมากขึ้นในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เวียดนามก็ได้เข้าร่วมข้อคิดริเริ่มเกี่ยวกับการไม่เผยแพร่อาวุธนิวเคลียร์
ในอาเซียน เวียดนามถือเป็นผู้ปกป้องหลักการขั้นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาการพิพาทอย่างสันติและปฏิบัติตามกฎหมายสากลในการแก้ไขความตึงเครียดในทะเลตะวันออก โดยเฉพาะ เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่พยายามแสวงหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างสันติที่สอดคล้องกับกฎหมายสากล
จากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและมีความรับผิดชอบนั้น การที่เวียดนามเป็นหนึ่งใน๗ประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมผู้นำจี๗จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประชาคมโลก โดยเฉพาะ ประเทศเจ้าภาพญี่ปุ่นมีความประสงค์ว่า นี่เป็นโอกาสให้เวียดนามมีส่วนร่วมมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคและโลกที่ให้ความสนใจร่วมกัน.
ในอาเซียน เวียดนามถือเป็นผู้ปกป้องหลักการขั้นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาการพิพาทอย่างสันติและปฏิบัติตามกฎหมายสากลในการแก้ไขความตึงเครียดในทะเลตะวันออก โดยเฉพาะ เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่พยายามแสวงหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างสันติที่สอดคล้องกับกฎหมายสากล
จากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและมีความรับผิดชอบนั้น การที่เวียดนามเป็นหนึ่งใน๗ประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมผู้นำจี๗จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหากเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประชาคมโลก โดยเฉพาะ ประเทศเจ้าภาพญี่ปุ่นมีความประสงค์ว่า นี่เป็นโอกาสให้เวียดนามมีส่วนร่วมมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคและโลกที่ให้ความสนใจร่วมกัน.


