ภายใต้หัวข้อ “การฟื้นฟูความไว้วางใจและการจัดการการเปลี่ยนแปลง: สหประชาชาติที่ทำงานเพื่อทุกคน” การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 81 ย้ำถึงบทบาทของสหประชาชาติในการธำรงสันติภาพ ความมั่นคง ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและปกป้องคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ
ในการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ และกล่าวปราศรัยในการอภิปรายทั่วไปในระดับสูง เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ยืนยันอีกครั้งว่า ความร่วมมือกับสหประชาชาติเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของนโยบายการต่างประเทศของเวียดนาม ยกย่องลัทธิพหุภาคี บทบาทการเป็นศูนย์กลางของสหประชาชาติและคำมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมในความพยายามร่วมกันเพื่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา
เป็นการยืนยันเกี่ยวกับประเทสเวียดนามที่เป็นฝ่ายรุกและมีความรับผิดชอบ
การเข้าร่วมของเวียดนามในเวทีพหุภาคี โดยเฉพาะสหประชาชาติ นับวันยิ่งเปลี่ยนจากการเข้าร่วมไปสู่การมีส่วนร่วมในเชิงรุก จัดทำวาระ ส่งเสริมฉันทามติและรับผิดชอบภารกิจสำคัญๆ ในกลไกต่าง ๆ ของสหประชาชาติ
ในการประชุมทบทวนสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 23 พฤษภาคมของปีนี้ เวียดนามดำรงตำแหน่งประธานการประชุม โดยได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่นับวันเป็นฝ่ายรุกมากขึ้นในประเด็นด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ เวียดนามยังดำรงตำแหน่งสำคัญในกลไกพหุภาคีต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน คณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศและองค์กรในสัดส่วนต่าง ๆ ของยูเนสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับเป็นครั้งแรกที่เวียดนามมีผู้พิพากษาประจำศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศในวาระปี 2026–2035 ในด้านการรักษาสันติภาพ จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่และทหารเวียดนามเกือบ 1,400 นายได้เข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติและได้รับการประเมินในเชิงบวกจากองค์การสหประชาชาติ นาย คามาล มัลโฮตรา (Kamal Malhotra) อดีตผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำเวียดนามให้ข้อสังเกตว่า
“ตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่งที่ผมดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสหประชาชาติประจำเวียดนาม ผมได้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของเวียดนามในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ความพยายามของเวียดนามประสบความสำเร็จในสองระดับ คือ เวียดนาม เป็นประเทศหลักที่มีส่วนร่วมในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในซูดานใต้ และเวียดนามได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยงานเฉพาะกิจด้านการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก จากเดิมที่แทบไม่มีส่วนร่วม ขณะนี้ เวียดนามได้เพิ่มการมีส่วนร่วมในงานต่างๆ ของสหประชาชาติมากขึ้น”
ปี 2026 ยังเป็นปีแรกในการปฏิบัติมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 และเป็นช่วงที่เวียดนามกำลังมุ่งสู่โอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีการเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติในปี 2027 ดังนั้น การเข้าร่วมการอภิปรายในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้เวียดนามแบ่งปันประสบการณ์ เสนอความคิดริเริ่มและแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือประเด็นที่เชื่อมโยงโดยตรงกับผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของเวียดนาม โดยเวียดนามจะมีส่วนร่วมในความพยายามร่วมกัน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากทรัพยากร เทคโนโลยีและองค์ความรู้ ตลอดจนขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่รวดเร็วและยั่งยืน นาง ฝ่าม ทู หั่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามกล่าวว่า
“เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม จะกล่าวสุนทรพจน์ในการอภิปรายของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และจะพบปะหารือทวิภาคีกับผู้นำของประเทศต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศบางแห่งและผู้นำทางการท้องถิ่นและรัฐสภาสหรัฐ”
เวทีสำคัญเพื่อกระชับความสัมพันธ์เวียดนาม–สหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ณ นครนิวยอร์ก มีขึ้นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐกำลังได้รับการส่งเสริมอย่างเข้มแข็งในหลายด้าน หลังจากทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน
นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์และพลังงาน ในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนกรกฎาคม นาย เลแหม่งหุ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนามและเจ้าหน้าที่สหรัฐได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานและการสร้างกรอบความร่วมมือทางการค้าที่มีเสถียรภาพ
ในกรอบการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม คาดว่า จะมีการประกาศข้อตกลงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจในด้านพลังงาน เทคโนโลยี การบินและการเงิน ซึ่งจะเปิดพื้นที่ใหม่สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ นาย เหงวียน ก๊วก หยุง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสหรัฐเผยว่า
“การเดินทางไปปฏิบัติงานที่สหรัฐของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม จะสร้างแรงผลักดันเพิ่มเติมและนำมาซึ่งมาตรการใหม่ที่เป็นรูปธรรม นำความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับสหรัฐให้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสภาวการณ์ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่ออนาคตของมนุษยชาติ ขณะที่สถานการณ์ทางการเมือง ความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกมีความซับซ้อนอย่างมาก การขยายความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับสหรัฐมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคและทั่วโลกอีกด้วย”
การเข้าร่วมเวทีระดับโลกอย่างสหประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้เวียดนามมีส่วนร่วมในประเด็นร่วมของประชาคมโลกเท่านั้น หากยังช่วยขยายพื้นที่ในการพบปะ แลกเปลี่ยน การสนทนาและความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและหุ้นส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐ ทั้งนี้ เวียดนามยังคงแสดงให้เห็นถึงแนวทางการต่างประเทศที่เป็นฝ่ายรุก ผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างเข้มแข็ง ให้ความสำคัญกับสันติภาพ เสถียรภาพและความร่วมมือ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ.
