(VOVworld) – การประชุมครั้งที่ 9 รัฐสภาเวียดนามสมัยที่ 13 ได้เน้นหารือเกี่ยวกับหน้าที่และมาตรการแก้ไขการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมในปี 2015 และปีต่อๆไปในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจเวียดนามกำลังฟื้นตัว พัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นเป้าหมายของเวียดนามในปัจจุบัน


เวียดนามมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Photo congluan)
ในยุทธศาสตร์แห่งการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมช่วงปี 2011 – 2020 เวียดนามมีความตั้งใจที่จะผลักดันภารกิจการเปลี่ยนแปลงใหม่ในทุกด้านโดยมีก้าวกระโดดทางยุทธศาสตร์ 3 อย่างคือ การปรับปรุงกลไกเศรษฐกิจเชิงตลาดให้มีความสมบูรณ์ พัฒนาแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูงและโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่นสมัยเพื่อกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยในขั้นพื้นฐานในปี 2020 แต่ก่อนอื่นในปี 2015 เวียดนามต้องพยายามบรรลุอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 6.2 มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และสร้างงานทำให้แก่แรงงานประมาณ 1.6 ล้านคน
มีทั้งความสะดวกและความท้าทาย
ในรายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมในปี 2014และต้นปี 2015ได้แสดงให้เห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ซึ่งเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจเวียดนามพัฒนาต่อไปในอนาคต ปี 2014 เวียดนามปฏิบัติเป้าหมายการปรับปรุงเศรษฐกิจมหภาคให้มีเสถียรภาพ ควบคุมภาวะเงินเฟ้อและค้ำประกันสวัสดิการสังคม ใน 14 เป้าหมายที่ได้วางไว้นั้น สามารถบรรลุได้ 13 เป้าหมายที่วางไว้ สิ่งที่น่าสนใจคือจีดีพีในปี 2014 ได้บรรลุร้อยละ 5.98 ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือซีพีไออยู่ภายใต้การควบคุมอยู่ที่ร้อยละ 1.84 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนความเสียเปรียบดุลการค้าอยู่ที่ 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ นายเฉิ่นหว่างเงิน สมาชิกรัฐสภานครโฮจิมินห์ได้ประเมินว่า “จุดเด่นแรกคือการขยายตัวของเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 4 นี่คือความสำเร็จในสองด้าน ประสิทธิภาพของการลงทุนได้รับการปรับปรุงต่อไป ความสำเร็จที่สามคือการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจได้ประสบผลพอสมควร โดยเฉพาะในการปรับปรุงโครงสร้างธนาคาร ซึ่งสามารถควบคุมภาวะหนี้เสียได้แล้ว”
นอกจากความสำเร็จที่ได้รับมือ เศรษฐกิจเวียดนามยังคงต้องรับมือกับความลำบากและความท้าทายต่างๆ เช่น คุณภาพของการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่สูงนัก และได้เสียเปรียบดุลการค้าหลังจากที่ได้เปรียบมา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินและความมีเสถียรภาพของอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ งบประมาณรายจ่ายเกินดุลทำให้หนี้สาธารณะขึ้นถึงระดับที่ต้องมีการควบคุม

ปฏิบัติมาตรการแก้ไขต่างๆอย่างพร้อมเพรียงและเด็ดขาด
ปฏิบัติมาตรการแก้ไขต่างๆอย่างพร้อมเพรียงและเด็ดขาด
ในการประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ – สังคม สมาชิกรัฐสภาหลายคนได้แสดงความคิดเห็นว่า ต้องปฏิบัติมาตรการแก้ไขอย่างพร้อมเพรียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมาตรการแก้ไขที่สำคัญที่สุดและมีลักษณะยั่งยืนคือปฏิบัติรูปแบบการขยายตัวพร้อมกับการปรังปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจแบบบูรณการ โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างการลงทุนภาครัฐ การปรับปรุงโครงสร้างของสถานประกอบการภาครัฐผ่านการผลักดันการแปรสถานประกอบการภาครัฐเป็นบริษัทหุ้นส่วนที่ติดประกาศหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ในการปรับปรุงโครงการเศรษฐกิจ ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ รัฐสภายังเรียกร้องให้รัฐบาลเน้นแก้ไขอุปสรรคให้แก่สถานประกอบการ ให้ความสำคัญต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน นายเหงียนกาวเซิน สมาชิกรัฐสภาจังหวัดหว่าบิ่งห์เสนอว่า “ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลวางแผนการจัดสรรค์งบประมาณส่วนกลางระยะปี 2016-2020 สนับสนุนสถานประกอบการที่มีโครงการลงทุนในด้านการเกษตรและชนบท มีกลไกความเชื่อมโยงในภูมิภาคด้านเศรษฐกิจการเกษตร รัฐบาลต้องเสนอให้รัฐสภาอนุมัติการออกพันธบัตรรัฐบาลระยะปี 2016-2020 เพื่อสนับสนุนการลงทุนพัฒนา”
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุนบุ่ยกวางวิงห์ สมาชิกรัฐสภาจังหวัดลายโจว์เผยว่า นอกจากการที่เวียดนามต้องดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ต้องควบคุมให้ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับปัจจุบันคือร้อยละ 5 เท่านั้น นายบุ่ยกวางวิงห์วิเคราะห์ว่า“พวกเราต้องรักษาเสถียรภาพอัตรเงินเฟ้อควบคู่กับการค้ำประกันให้แก่การขยายตัวของเศรษฐกิจ ในหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลยังคงพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อตั้งแต่ร้อยละ 5-7 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสม เพราะว่าถ้าต่ำกว่านี้ก็จะสร้างอุปสรรคต่อการขยายตัว พวกเราต้องผ่อนปรนนโยบายการเงินและสินเชื่อเพื่อค้ำประกันให้แก่การลงทุนและเพื่อให้สถานประกอบการมีเงื่อนไขที่สะดวกมากขึ้นในการกู้เงินทุน”
ปรับปรุงกลไลและนโยบายกฎหมายให้มีความสมบูรณ์เพื่อการขยายตัว
เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รัฐสภาได้ระบุว่า การปรับปรุงกลไกและนโยบายให้มีความสมบูรณ์ การอำนวยความสะดวกให้แก่การขยายตัวคือหน้าที่เร่งด่วนในปัจจุบัน ในเวลาที่จะถึง รัฐสภาจะมอบหมายหน้าที่ให้รัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ในด้านนี้ ดร.เฉิ่นยูหลิก รองหัวหน้าคณะสมาชิกรัฐสภานครโฮจิมินห์เผยว่า “ผมคิดว่าต้องตรวจสอบนโยบายและกฎหมายทุกฉบับเพื่อสร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจต่อสถานประกอบการให้มีความยุติธรรมอย่างจริงจัง ในสภาวการณ์โลกาภิวัตน์นี้ ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสถานประกอบการคือต้องแข่งขันเพื่อการคงอยู่และพัฒนา”
พัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมตามแนวทางอย่างยั่งยืนคือการเลือกที่เป็นยุทธศาสตร์ของเวียดนามในปัจจุบัน ดังนั้นต้องพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมกับการรักษาสวัสดิการสังคม เพราะการพัฒนาอย่างยั่งยืนยังเป็นตัวชี้วัดของสติปัญญาและความมุ่งมั่นของเวียดนามในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก./.