ภายหลัง 35 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนสนทนา อาเซียนและรัสเซียกำลังแสวงหาพลังขับเคลื่อนใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายได้สถาปนานับตั้งแต่ปี 2005 ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ที่เมืองคาซานจึงเป็นโอกาสเพื่อให้บรรดาผู้นำหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ได้รับความสนใจในความร่วมมือในระยะต่อไป ผลักดันการเชื่อมโยงระหว่างรัสเซียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บทบาทของเวียดนามในความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหพันธรัฐรัสเซีย
ในกระบวนการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย เวียดนามถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย นาย ดั่งมิงโทย เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสหพันธรัฐรัสเซียเผยว่า บทบาทการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรัสเซียกับอาเซียนของเวียดนามมีมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆที่รัสเซียเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์กับอาเซียน
“ในตลอด 35 ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้เสนอข้อคิดริเริ่มต่างๆเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอาเซียน และสนับสนุนรัสเซียเข้าร่วมกลไกต่าง ๆของอาเซียนอย่างแข็งขัน นอกจากนี้ เวียดนามยังมีความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านกับสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่เอื้อให้เวียดนามผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอาเซียนให้ขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง เวียดนามนับวันมีการพัฒนาและมีเสียงพูดที่สำคัญมากขึ้นในอาเซียน ดังนั้น เวียดนามจึงมีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอาเซียน ซึ่งได้รับการชื่นชมจากทั้งรัสเซียและบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน”
ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อเวียดนามจะดำรงตำแหน่งประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซียในช่วงปี 2027 - 2030 ซึ่งถือเป็นโอกาสเพื่อให้เวียดนามมีส่วนร่วมต่อการจัดทำโครงการความร่วมมือใหม่ระหว่างสองฝ่าย พร้อมทั้งส่งเสริมการสนทนาและการเชื่อมโยงในภูมิภาค
ในสภาวการณ์นี้ การที่นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมการต่างประเทศที่สำคัญของเวียดนามกับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเท่านั้น หากยังเป็นโอกาสเพื่อให้เวียดนามส่งเสริมบทบาทเชิงรุกในกระบวนการร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซียต่อไป นาย ดั๋งหว่างยาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เผยว่า
“ เวียดนามจะร่วมกับประเทศต่าง ๆ ส่งเสริมวิธีการเข้าถึงที่เป็นรูปธรรม สมดุล และมุ่งสู่การบรรลุผลงานที่เป็นรูปธรรมในความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยเน้นส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่มีศักยภาพสูงแต่ยังไม่ได้รับการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น การค้า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ความมั่นคงรูปแบบใหม่ การศึกษา การฝึกอบรม การท่องเที่ยว การพบปะระดับประชาชน โดยเฉพาะ ความร่วมมือด้านพลังงาน นอกจากนี้ เวียดนามจะผลักดันข้อคิดริเริ่มที่มีความเป็นไปได้สูงในการปฏิบัติ สอดคล้องกับความต้องการของอาเซียน จุดแข็งของรัสเซีย และความต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน”
การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึงได้ส่งสารที่เข้มแข็งเกี่ยวกับการให้ความสำคัญของเวียดนามต่อความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย ตลอดจนความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานและความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับสหพันธรัฐรัสเซีย
เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างเวียดนามกับสหพันธรัฐรัสเซียต่อไป
ในหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับสหพันธรัฐรัสเซียได้มีก้าวพัฒนาในเชิงบวก ทั้งสองประเทศได้ธำรงการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนและการพบปะระดับสูง ประสานงานในปัญหาระหว่างประเทศที่ให้ความสนใจร่วมกัน ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้ากำลังกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยมูลค่าการค้าต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศอยู่ที่กว่า 4 พัน 7 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และกว่า 1 พัน 7 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังผลักดันความร่วมมือในด้านที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พลังงาน ปิโตรเลียม กลาโหมและความมั่นคง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาและการฝึกอบรม การพบปะสังสรรค์ระดับประชาชน ซึ่งสร้างพื้นฐานให้แก่การขยายความร่วมมือในเวลาที่จะถึง
ในสภาวการณ์นี้ การปฏิบัติภารกิจในรัสเซียของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้รับการตั้งความหวังว่า จะมีส่วนช่วยผลักดันการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี และสร้างแรงกระตุ้นใหม่ในการปฏิบัติแนวทางความร่วมมือที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้ นาย ดั่งมิงโทย เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสหพันธรัฐรัสเซียเผยว่า
“นอกรอบการประชุม นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง จะมีการพบปะกับผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมถึงผู้นำของสหพันธรัฐรัสเซีย ในการพบปะนี้ ทั้งสองฝ่ายจะทบทวนผลความสัมพันธ์ทวิภาคีในเวลาที่ผ่านมาและหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในเวลาที่จะถึง ปี 2026 ถือเป็นปีที่คึกคักในความสัมพันธ์ทวิภาคี ผมคาดหวังว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง จะบรรลุผลงานที่เป็นรูปธรรม มีส่วนช่วยผลักดันการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และมั่นคงในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน”
บนพื้นฐานที่ดีงามที่ได้รับการสร้างสรรค์ในหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามยังคงยืนยันบทบาทการเป็นหุ้นส่วนที่กระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ และเป็นสะพานเชื่อมที่มีส่วนช่วยผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหพันธรัฐรัสเซียในระยะต่อไป.
