(VOVworld) - การสนทนาแชงกรีลาครั้งที่ 15 ณ ประเทศสิงคโปร์ได้เสร็จสิ้นลงหลังการประชุมมาเป็นเวลา 3 วันในสภาวการณ์ที่ทั้งภูมิภาคกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ โดยเฉพาะการขาดความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศต่างๆ ซึ่งในการสนทนาแชงกรีลาครั้งนี้ เวียดนามได้ส่งสาส์นเกี่ยวกับสันติภาพ ผลประโยชน์แห่งชาติและความรับผิดชอบต่อการสร้างสรรค์สันติภาพในภูมิภาค


พลโท เหงวียนจี๊หวิง กล่าวปราศรัยในการสนทนาแชงกรีลา (Photo: qdnd.vn)

การสนทนาแชงกรีลาเป็นฟอรั่มความมั่นคงที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคและได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่และนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งในตลอด 15 ปีแห่งการก่อตั้งและพัฒนา การสนทนาแชงกรีลาได้เป็นเวทีเพื่อให้บรรดานักการเมือง เจ้าหน้าที่ทางการทูตและกลาโหมแลกเปลี่ยนทัศนะและประเมินเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเพื่อวางกรอบความร่วมมือในด้านนี้ ส่วนในฐานะเป็นประเทศที่มีสิทธิและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ความมั่นคงที่ตึงเครียดในภูมิภาค เวียดนามได้แสดงความคิดเห็นอย่างเข้มแข็งเพื่อร่วมสร้างสรรค์บรรยากาศที่สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและโลก
ต้องสร้างความกลมกลืนระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติกับผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆ
จะเห็นได้ว่า ประเด็นสำคัญการประชุมที่ประชามติให้ความสนใจคือการแก้ไขความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งถูกยํ้าหลายครั้งในการประชุมนัดต่างๆในการสนทนา โดยเฉพาะในการประชุมนัดพิเศษเกี่ยวกับ “การควบคุมความตึงเครียดในทะเลตะวันออก”และการประชุมครบองค์ในหัวข้อ “ความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง” โดยคณะผู้แทนเวียดนามได้เข้าร่วมการประชุมทั้ง 2 นัดดังกล่าว พร้อมมีบทวิเคราะห์ที่ระบุถึงข้อเสนอแนะต่างๆที่เป็นรูปธรรม ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชามติ
ในการประชุมนัดพิเศษเกี่ยวกับ “การควบคุมความตึงเครียดในทะเลตะวันออก” เวียดนามได้กล่าวถึงมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยฝ่ายต่างๆต้องแสวงหากลไกเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดการปะทะ เช่น การเปิดโทรศัพท์สายด่วน การสร้างความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับหลักปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน การลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศสมาชิกอาเซียน ส่วนในการประชุมครบองค์เกี่ยวกับ“ความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง” พลโท เหงวียนจี๊หวิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเวียดนามได้เสนอว่า “ทุกประเทศต้องร่วมมือเพื่อสร้างความไว้วางใจ ให้ความเคารพผลประโยชน์ของกันและต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและป้องกันการปะทะ อีกทั้งแสวงหาเสียงพูดเดียวกันและผลประโยชน์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการพิพาทและความขัดแย้งบนพื้นฐานของความเสมอภาค การให้ความเคารพกฎหมายสากล ยืนหยัดมาตรการใช้ความอดกลั้น ไม่ใช้ หรือ ข่มขู่ที่จะใช้กำลังและแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยสันติวิธี”

เชิดชูการให้ความเคารพกฎหมาย
ในการสนทนาครั้งนี้ คำว่า ดีโอซี หรือ แถลงการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกันของทุกฝ่ายในทะเลตะวันออกและคำว่า ซีโอซี หรือ ร่างระเบียบการปฏิบัติต่อกันในทะเลตะวันออกก็ได้รับการเอ่ยถึงมากเท่ากับคำว่าทะเลตะวันออกเพราะประเทศต่างๆในภูมิภาคและโลกต่างมีความประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายสากลและหลักการต่างๆ เช่น ดีโอซี และ ซีโอซี รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982 ซึ่งเวียดนามได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับการให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการพิพาทบนพื้นฐานของกฎหมาย พลโทเหงวียนจิ๊หวิงได้ยืนยันว่า“ทัศนะของเวียดนามเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออกคือต้องแก้ไขปัญหาการพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายสากล โดยในสภาวการณ์ที่ซับซ้อนปัจจุบัน ก่อนอื่นเราต้องยืนยันอธิปไตยของตน พร้อมทั้งคัดค้านคำประกาศที่แตกต่างกับคำประกาศอธิปไตยของเวียดนามเพราะสิ่งที่เรายืนยันนั้นได้อาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงอธิปไตยของเวียดนามที่สอดคล้องกับกฎหมายสากล”
นอกจากนี้ เวียดนามได้ยํ้าถึงการทำความเข้าใจและการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาต่างๆอย่างถูกต้อง พลโท เหงวียนจิ๊หวิงได้เผยว่า ในสภาวการณ์ที่ประเทศต่างๆมีความประสงค์ที่จะทำการเจรจาอย่างสันติ แต่กลับมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสากลที่แตกต่างกันก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งยากที่จะปฏิบัติได้ และเวียดนามก็ประท้วงการแทรกแซงจากภายนอกที่นำไปสู่การปะทะและการแข่งขันด้านอาวุธ
ท่ามกลางสถานการณ์ในภูมิภาคที่นับวันตึงเครียดมากขึ้น สามารถยืนยันได้ว่า ทุกประเทศจะได้รับผลกระทบจากปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค ดังนั้นการสนทนาแชงกรีลายังคงเป็นเวทีสำคัญเพื่อให้ประเทศต่างๆในภูมิภาคได้หารือและแสวงหามาตรการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในปัจจุบัน เพื่อมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สันติภาพ เสถียรภาพและเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเวียดนามในฐานะเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบก็กำลังมีส่วนร่วมต่อภารกิจดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง.