นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก เป็นประธานการประชุมของรัฐบาลที่หารือมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 |
ขณะนี้ เวียดนามมีผู้ที่กำลังอยู่ในเขตกักกันโรค 13,800 คนและมีผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดี 1,026 ราย นี่เป็นผลงานที่น่าประทับใจต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่หลายประเทศกำลังต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด
ก็เหมือนกับหลายประเทศในทั่วโลก นับตั้งแต่ต้นปี 2020 เวียดนามต้องรับมือความยากลำบากต่างๆเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศ โดยเจตนารมณ์ของการชี้นำที่เข้มแข็งและเด็ดขาดของผู้นำรัฐบาลได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและสะท้อนให้เห็นจากการปฏิบัติของกระทรวง หน่วยงาน ทางการปกครองทุกระดับและประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ควบคู่กับการรักษาเป้าหมายการขยายตัว พัฒนาเศรษฐกิจสังคมและธำรงความมีเสถียรภาพของแต่ละจังหวัด รัฐบาลเวียดนามได้ปฏิบัติมาตรการต่างๆอย่างทันท่วงทีและเด็ดขาด เช่น ปิดโรงเรียนทุกแห่ง ระงับเที่ยวบิน แยกตัวผู้ที่กลับจากต่างประเทศเป็นเวลา 14 วัน แยกตัวผู้ติดเชื้อและเฝ้าติดตามผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ เป็นต้น
เมื่อกล่าวถึงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในเวียดนาม สำนักข่าวอีเอฟอีของสเปนได้ให้ข้อสังเกตว่า เนื่องด้วยข้อจำกัดในแหล่งการเงิน เวียดนามได้พยายามแสวงหาวิธีป้องกันด้วยการปฏิบัติมาตรการป้องกันต่างๆ เช่น แยกตัวผู้คนจำนวนมากและเฝ้าติดตามผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออย่างใกล้ชิด สำนักข่าวอีเอฟอียังอ้างคำประกาศของนาย Park Kidong เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก ณ กรุงฮานอยว่า “การเว้นระยะห่างทางสังคม” “การเปิดระบบรับมือแต่เนิ่นๆ” และ “วิธีการเข้าถึงในระดับสังคมภายใต้การชี้นำอย่างเข้มแข็ง” คือสาเหตุที่ช่วยให้เวียดนามประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดจนถึงขณะนี้”
ส่วนหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆของสหรัฐ เช่น The New York Times, U.S. News & World Report ก็ลงข่าวและชื่นชมมาตรการควบคุมต่างๆของเวียดนาม เช่น เร่งระงับนโยบายการยกเว้นวีซ่าให้แก่พลเมืองบางประเทศ ปิดโรงเรียน สโมสร บาร์ คาราโอเคะ ร้านนวด ร้านเกมส์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของเวียดนามในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในทุกภาคส่วนของสังคม
หนังสือพิมพ์ Asia Times ได้ลงบทวิเคราะห์ของนักข่าว เดวิต ฮัตต์ ที่ให้ข้อสังเกตว่า พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้รับคำชื่นชมจากทั้งภายในและต่างประเทศเมื่อมีการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและโปร่งใสในการควบคุมการแพร่ระบาด โดยมาตรการเข้มแข็งของเวียดนามได้สะท้อนให้เห็นจิตใจที่มุ่งมั่นพร้อมความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ หนังสือพิมพ์ Asia Times ยังอ้างคำกล่าวของศ. Carl Thayer ว่า ผู้นำเวียดนามได้ “เป็นฝ่ายรุกในการปฏิบัติ” โดยนายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊กได้ตั้งคณะกรรมการชี้นำแห่งชาติเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในทุกระดับ พร้อมทั้งส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันให้แก่ประชาชน
ส่วนสำนักข่าว Bloomberg เน้นเป็นพิเศษถึงมาตรการขยายพื้นที่เขตกักกันโรคสำหรับพลเมืองเวียดนามที่เดินทางกลับประเทศ โดยกองทัพเวียดนามได้ใช้พื้นที่ค่ายทหารเพื่อเป็นศูนย์กักกันโรคที่สามารถรองรับผู้เข้าแยกตัวได้ถึง 60,000 คน
นิตยสาร Financial Times ของอังกฤษฉบับเมื่อเร็วๆนี้ได้ลงบทความที่ยืนยันว่า การรับมือการแพร่ระบาดของเวียนาม “น่าประทับใจเป็นอย่างมาก” โดยผลสำเร็จของเวียดนามส่วนหนึ่งมาจากการระดมกองกำลังทหาร สาธารณสุข การเฝ้าติดตามและเครือข่ายจัดสรรข้อมูลแห่งชาติ โดยสื่อเวียดนามได้เผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบก็มีความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ส่งข้อความเอสเอ็มเอสอย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งข้อมูลและมีคำเตือนเกี่ยวกับโควิด -19 พร้อมทั้งแนะนำวิธีการรักษาสุขภาพให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ Financial Times ยังอ้างผลสำรวดประชามติของบริษัทวิจัยการตลาด Nielsen Vietnam เมื่อเร็วๆนี้ที่ปรากฎว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับอาการของโรคโควิด -19 โดยระบุว่า “ความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการต่อสู้โรคโควิด -19 ได้รับการขานรับอย่างเต็มที่จากประชาชน ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดผ่านข้อความต่างๆที่โพสบนเครื่อข่ายสังคมออนไลน์เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ รวมถึงการแซร์คำขวัญที่ว่า “อยู่บ้านคือรักชาติ”
เวียดนามเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา มีประชากรกว่า 97 ล้านคน และได้ผ่านพ้นจากสงครามมาเกือบ 50 ปี กำลังปฏิบัติมาตรการที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส SARS – CoV-2 และถึงขณะนี้ก็สามารถควบคุมได้โดยพื้นฐาน ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากสื่อนานาชาติว่า เวียดนามกำลังเป็น “ตัวอย่าง” ในการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด.

