ในสภาวการณ์ที่อาเซียนกำลังย่างเข้าสู่ปีแรกของการปฏิบัติวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 ฟอรั่มนี้ถือเป็นเวทีการสนทนาที่เปิดกว้างเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความคิดริเริ่มและโซลูชันสำหรับอนาคตของภูมิภาค อีกทั้งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกที่นับวันเพิ่มมากขึ้นของเวียดนามในกระบวนการร่วมมือของอาเซียน

ในสภาวการณ์ที่สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคและโลกมีความผันผวน ความจำเป็นในการเสริมสร้างความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ การเพิ่มทักษะความสามารถในการปรับตัวและการแสวงหาพลังขับเคลื่อนใหม่เพื่อการพัฒนา ได้กลายเป็นความต้องการที่เร่งด่วนสำหรับอาเซียน ซึ่งนี่เป็นประเด็นหลักที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือใน AFF ปี2026

ร่วมสร้างสรรค์อนาคตอาเซียนที่พึ่งตนเอง

ปี 2026 มีความหมายพิเศษสำหรับอาเซียนเนื่องจากครบรอบ 50 ปีการลงนามสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ TAC และเป็นปีแรกของการปฏิบัติวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 ในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกและภูมิภาคมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว มีความท้าทายทั้งในรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ ความต้องการในการผลักดันการสนทนา ส่งเสริมความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์และการแสวงหามาตรการใหม่เพื่อการพัฒนาจึงมีความจำเป็นมากกว่าที่เคย

หัวข้อหลักของ AFF ปีนี้คือ “ร่วมกันกำหนดอนาคต สันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง” มีความสอดคล้องและสนับสนุนหัวข้อของปีประธานอาเซียน 2026 ของฟิลิปปินส์คือ “การนำทางอนาคตของเราไปด้วยกัน” ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนประเด็นที่ได้รับความสนใจร่วมของอาเซียน มีส่วนร่วมต่อความคิดริเริ่มต่างๆให้แก่กระบวนการปฏิบัติวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 บนเจตนารมณ์นี้ AFF 2026 เป็นเวทีการสนทนาที่เปิดกว้างเพื่อให้บรรดาผู้นำ นักกำหนดนโยบาย นักวิชาการ นักธุรกิจ เยาวชน และองค์กรสังคมต่างๆหารือเกี่ยวกับประเด็นที่จะกำหนดอนาคตของอาเซียน ในการกล่าวปราศรัยเปิดการประชุมAFF 2026 นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เลมิงห์ฮึง ได้ย้ำว่า

“เกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาเพื่อสร้างสรรค์อัตลักษณ์ของอาเซียน ส่วนอีกหลายทศวรรษที่จะถึงนี้จะเป็นช่วงเวลาเพื่อกำหนดอนาคตของอาเซียนในโลกที่กฎพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอำนาจโลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีกำลังนิยามขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัญญาประดิษฐ์กำลังนิยามผลิตภาพแรงงาน ข้อมูลกำลังนิยามอำนาจและการปรับเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจสีเขียวกำลังนิยามรูปแบบการพัฒนาใหม่ อาเซียนจำเป็นต้องส่งเสริมจิตใจแห่งความสามัคคี การพึ่งตนเองและเอกภาพในความหลากหลาย ซึ่งเป็นคุณค่าที่สร้างความสำเร็จให้แก่อาเซียนแต่ด้วยวิธีการเข้าถึงที่สร้างสรรค์มากขึ้น ความเห็นพ้องเกี่ยวกับคุณค่าแต่มีความคล่องตัวในการปฏิบัติ ยืนหยัดหลักการแต่เปลี่ยนแปลงใหม่วิธีการปฏิบัติ รักษาอัตลักษณ์แต่เป็นฝ่ายรุกในการสร้างโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยใหม่”

จิตใจนี้ยังสะท้อนให้เห็นผ่านระเบียบวาระการประชุมของ AFF ปี2026 ในหลายหัวข้อสำคัญๆ เช่น ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีทางการเงิน ความมั่นคงด้านพลังงาน การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนจากภายนอก เพื่อมุ่งสู่การยกระดับทักษะความสามารถในการพึ่งตนเอง ความสามารถในการปรับตัวและบทบาทในการสร้างสรรค์ของอาเซียน นี่คือจิตใจที่ครอบคลุมวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 ซึ่งอาเซียนไม่เพียงแต่ปรับตัวเข้ากับแนวโน้มใหม่เท่านั้น หากยังเป็นฝ่ายรุกในการกำหนดแนวโน้มเหล่านี้ด้วย

จากความริเริ่มสู่การปฏิบัติ

จากความคิดริเริ่มที่เวียดนามประกาศในการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2023 ฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียนได้จัดขึ้นเป็นประจำนับตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับวันยืนยันสถานะเป็นเวทีการสนทนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค

ในสภาวการณ์ที่อาเซียนเริ่มปฏิบัติวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี 2045 และแผนการเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ AFF ได้แสดงให้เห็นถึงก้าวพัฒนาในการมีส่วนร่วมของเวียดนามต่อความร่วมมือในภูมิภาค โดยไม่เพียงแต่เข้าร่วมกลไกที่มีอยู่เท่านั้น หากยังเป็นฝ่ายรุกในการเสนอความคิดริเริ่ม สร้างบรรยากาศการสนทนาและเชื่อมโยงแหล่งพลังต่างๆเพื่อสนับสนุนกระบวนการต่างๆของอาเซียน

ภายหลังการจัดงานมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2024 และปี 2025 แนวคิด ข้อเสนอแนะ และเนื้อหาการหารือใน AFF จำนวนมากได้ถูกระบุในเอกสารต่างๆของอาเซียน ดร.กาวกิมฮวน เลขาธิการอาเซียนได้ประเมินว่า

“ฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียนปี 2026 เป็นข้อคิดริเริ่มที่สำคัญของเวียดนาม ในการส่งเสริมการทูตอาเซียนทั้งในระดับภูมิภาคและโลก ผมคิดว่านี่เป็นการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็งต่ออาเซียน ฟอรั่มพิเศษนี้เป็นหนึ่งในฟอรั่มที่สำคัญ ซึ่งเวียดนามกำลังแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการกำหนดสารเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน เราต้องค้ำประกันว่า อาเซียนจะมีเสียงพูดที่เข้มแข็งในประเด็นระดับโลก”

ความน่าสนใจที่นับวันเพิ่มมากขึ้นของฟอรั่มนี้ยังสะท้อนให้เห็นผ่านการเข้าร่วมของบรรดาผู้นำ นักวิชาการ สถานประกอบการและหุ้นส่วนต่างชาติกว่า 500 คน นาย อเล็กซ์ สตรักเนลล์ อุปทูตอังกฤษประจำเวียดนามเผยว่า

“ในยุคแห่งโลกาภิวัตน์ เราตระหนักได้ดีว่าการเชื่อมโยงความร่วมมือมีความสำคัญมากกว่าที่เคย โดย AFF ภายใต้การนำของเวียดนามจะช่วยผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับหุ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งอังกฤษเพื่อร่วมกันแก้ไขความท้าทายร่วมในปัจจุบัน”

ในโลกที่มีความผันผวนต่างๆ ความแข็งแกร่งของอาเซียนไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวเท่านั้น หากยังอยู่ที่ความสามารถในการร่วมกันกำหนดอนาคต ด้วยความคิดริเริ่มเกี่ยวกับการสนทนาที่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมมากขึ้น AFF 2026 ยังคงยืนยันคุณค่าของความร่วมมือ ฉันทามติ และวิสัยทัศน์ในระยะยาว ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สร้างอัตลักษณ์และพลังขับเคลื่อนให้แก่ประชาคมอาเซียน.