ดัชนี HCI+ สะท้อนการลงทุนและประสิทธิผลของการใช้ทุนมนุษย์ของแต่ละประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่เพียงแต่เป็นตัวชี้วัดศักยภาพแหล่งบุคลากรผ่านการศึกษาและสาธารณสุขเท่านั้น หากพิจารณาและประเมินการแปรศักยภาพดังกล่าวให้เป็นผลการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะงานทำและรายได้ นอกจากนี้ ยังประเมินปัจจัยสำคัญต่างๆ ได้แก่คุณภาพการศึกษากับผลการเรียนรู้ของนักเรียน สุขภาพกับอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากร ความสามารถในการเข้าร่วมตลาดแรงงานกับการใช้ทักษะต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจ การสูญเสียทุนมนุษย์เมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทักษะต่างๆอย่างเต็มที่
การพิสูจน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ประเมินว่า เวียดนามได้บรรลุผลงานที่โดดเด่นด้านการศึกษา งานทำและประสิทธิผลของการใช้ทุนมนุษย์ โดยนักเรียนเวียดนามได้รับรางวัลสูงๆในการแข่งขันทักษะวิชาการต่างๆระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการปรับปรุงและมีความเท่าเทียมกัน สำหรับด้านงานทำ อัตราการจ้างงานแบบมีเงินเดือนประจำเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านในเชิงบวกจากแรงงานนอกระบบไปสู่ภาคการจ้างงานที่มีผลิตภาพสูงขึ้น ส่วนสำหรับประสิทธิผลการใช้ทุนมนุษย์ เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถแปรการลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุขเป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่การขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสูงกว่าระดับเฉลี่ยของกลุ่มเศรษฐกิจที่มีรายได้ในระดับเดียวกัน
การที่เวียดนามได้รับการยกย่องจากธนาคารโลกแสดงให้เห็นถึงความุ่งมั่นของรัฐบาล กระทรวง หน่วยงานและท้องถิ่นในการชี้นำปฏิบัติมติที่ 72 ของกรมการเมืองพรรคเกี่ยวกับบางมาตรการเชิงก้าวกระโดดเพื่อผลักดันการปกป้อง ดูแลและยกระดับสุขภาพของประชาชน มติที่ 71 ของกรมการเมืองพรรคที่เน้นถึงก้าวกระโดดในการพัฒนาการศึกษา การอบรมแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูงจนถึงปี2030 ซึ่งสำหรับการชี้นำปฏิบัติมติที่ 72 นาง ด่าวห่งลาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เผยว่า
“กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะและประกันสังคมเวียดนามจัดทำบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ 34.3 ล้านเล่มผ่านแอป VneID ซึ่งหนึ่งในหน้าที่สำคัญของมติที่ 72 คือจัดทำร่างโครงการตรวจสุขภาพประจำปีและมุ่งสู่การยกเว้นค่ารักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน โดยทางกระทรวงฯได้ระบุการตรวจสุขภาพประจำปีในมติที่แนะนำการบังคับใช้กฎหมายการป้องกันโรค”
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผลสำเร็จดังกล่าวของเวียดนามไม่เพียงแต่สะท้อนผลสำเร็จของหน่วยงานการศึกษาและสาธารณสุขเท่านั้น หากยังเป็นนิมิตหมายของงานด้านการบริหารจัดการด้านการเงินของรัฐในการแปรการลงทุนให้เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยเวียดนามได้รับการชื่นชมว่า เป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถแปรการลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุขเป็นแรงกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งดีกว่าระดับเฉลี่ยของโลก คุณภาพการใช้จ่ายภาครัฐผสานกับผลการแข่งขันระหว่างประเทศของนักเรียนเวียดนามแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของนโยบายงบประมาณที่ให้ความสำคัญต่อการศึกษา ธนาคารโลกยังได้ชื่นชมการปรับเพิ่มอัตราการจ้างงานแบบมีเงินเดือนประจำในเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเชื่อมโยงระหว่างแหล่งเงินทุนสำหรับการศึกษากับความต้องการผลิตภาพแรงงานสูงของตลาด
ทุนมนุษย์ ปัจจัยชี้ขาดต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ท่ามกลางการแข่งขันในทั่วโลกที่อาศัยองค์ความรู้และเทคโนโลยี ทุนมนุษย์กำลังมีบทบาทนำหน้าทรัพยากรธรรมชาติและเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยจากมุมมองด้านนโยบาย รายงาน HCI+ 2026 ได้แสดงให้เห็นว่า เวียดนามควรธำรงการลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุข แต่ควรเน้นคุณภาพและการตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น ทำการอบรมทักษะต่างๆ ตามความต้องการของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและนวัตกรรม ปรับปรุงเรื่องการสื่อสารของตลาดแรงงาน ยกระดับคุณภาพการฝึกสอนอาชีพ ส่งเสริมการหมุนเวียนแรงงาน ส่วนสำหรับสถานประกอบการต้องเป็นทั้งนายจ้างและผู้อบรมเพื่อยกระดับทักษะแรงงานและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งในขณะที่เวียดนามมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจดิจิทัล ความสามารถของสถานประกอบการในการดึงดูดและพัฒนาแหล่งบุคลากรจะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อการใช้ประโยชน์จาก HCI+
ทั้งนี้ การที่เวียดนามเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่มีดัชนี HCI+ ที่ดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาเดียวกันนั้นได้ส่งสารเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา โดยการลงทุนให้แก่มนุษย์จะสร้างความได้เปรียบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ซึ่งแม้จะเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก ต้องใช้เวลาและมีนโยบายที่เสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็ทำให้เกิดผลในระยะยาวและมีความเสี่ยงน้อย มีส่วนร่วมค้ำประกันการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน.
