|
| เขตนิคมอุตสาหกรรมเกซอง(Reuter) |
เหตุการณ์สำคัญอันดับแรกที่ถือว่าเป็นกุญแจไขความชงักงันระหว่างสองภาคเกาหลีคือการที่ทางการโซลและเปียงยางบรรลุความเห็นพ้องกันในการเปิดเขตนิคมอุตสาหกรรมเกซอง สัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่ายภายหลังปิดทำการเป็นเวลากว่า4เดือน แม้กำหนดการเปิดยังไม่ได้ระบุแน่นอนแต่ทั้งสองฝ่ายก็ได้ให้คำมั่นว่าจะไม่ให้เหตุการเช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งเปิดรับนักลงทุนต่างชาติเข้านิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ แต่กว่าที่จะสามารถการบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ทางการเปียงยางและทางการโซลต้องหารือกันถึง7รอบภายในเวลากว่า1เดือนดังนั้นผลสำเร็จของการหารือรอบสุดท้ายได้สร้างความยินดีให้แก่ประชามติของทั้งสองฝ่าย โดยประธานาธิบดีปาคกึมเฮได้ย้ำว่า นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสองภาคเกาหลีภายหลังช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด ส่วนเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติบันคีมุนได้แสดงความหวังว่า นิคมอุตสาหกรรมนี้จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วและจะไม่ถูกปิดดำเนินการอีกครั้งพร้อมทั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อสร้างเสริมความไว้วางใจและกระชับความสัมพันธ์สองภาคเกาหลี สหรัฐได้แสดงความยินดีและให้การสนับสนุนเรื่องการปรับความสัมพันธ์ของสองภาคเกาหลีอย่างเต็มที่ ในขณะที่ตัวแทนของสมาพันธ์เจ้าของธุรกิจในเกซองได้ยืนยันว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของนิคมให้กลายเป็นจุดลงทุนที่น่าสนใจระดับโลก
การบรรลุข้อตกลงเปิดนิคมอุตสาหกรรมระหว่างสองภาคเกาหลีอีกครั้งไม่เพียงแต่นำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเท่านั้นหากยังถือเป็นตัวเร่งเพื่อนำไปสู่ก้าวพัฒนาอื่นๆโดยประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีได้เรียกร้องให้ฟื้นฟูการจัดการรวมญาติครอบครัวที่ต้องพลัดพลากจากกันในสงครามที่ชงักงันมาเเล้ว3ปีซึ่งขณะนี้กำลังมีชาวสาธารณรัฐเกาหลีกว่า7หมื่นคนที่ส่วนใหญ่มีอายุกว่า80แล้วกำลังรอโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งฝ่ายเปียงยางก็ได้ตอบรับขอเสนอดังกล่าวและคาดว่ากิจกรรมนี้จะมีขึ้นในโอกาสเทศกาลชูซอก(Chuseok-เทศกาลขอบคุณพระเจ้าของชาวเกาหลี)ในวันที่19กันยายนนี้ นอกจากนั้นโอกาสเพื่อฟื้นฟูกิจกรรมการท่องเที่ยวก็มีสูงมากเมื่อเปียงยางเสนอให้ทางการโซลจัดการเจรจาเพื่อเปิดทัวร์ท่องเที่ยวภูเขากึมกาง
