นี่เป็นการเยือนที่มีความหมายครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่เพียงแต่เพราะมีขึ้นในสภาวการณ์ที่เวียดนามกำลังเร่งปฏิบัติความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เท่านั้น หากยังบรรลุผลงานที่รอบด้าน จริงจังและการกำหนดแนวทางความร่วมมือใหม่ๆ เปิดหน้าใหม่ในความสัมพันธ์กับสองหุ้นส่วนที่สำคัญในภูมิภาคแปซิฟิกใต้
จุดเด่นของการเยือนครั้งนี้คือ นับเป็นครั้งแรกในการเดินทางเยือนต่างประเทศที่ผู้นำสูงสุดของเวียดนามเดินทางเยือนทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับทั้งสองประเทศได้รับการยกระดับขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน นอกจากจะมีส่วนช่วยสร้างความไว้วางใจแล้ว การเยือนครั้งนี้ยังทำให้ความสัมพันธ์มีความจริงจังมากขึ้น โดยแปรคำมั่นทางการเมืองให้เป็นโครงการความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนา
ความสำเร็จของการเยือนนี้แสดงให้เห็นผ่านการออกแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับ และเอกสารความร่วมมือ 13 ฉบับกับออสเตรเลีย แถลงการณ์ร่วม 1 ฉบับ และเอกสารความร่วมมือ 5 ฉบับกับนิวซีแลนด์ แต่ความหมายของการเยือนไม่อยู่ที่จำนวนเอกสาร แต่อยู่ที่ด้านความร่วมมือที่ได้รับการคัดเลือก และวิธีการที่คำมั่นเหล่านั้นถูกระบุในประเด็นที่ได้รับความสนใจในการพัฒนาระยะยาวของแต่ละประเทศ
จากการยกระดับความสัมพันธ์ถึงการสร้างพลังขับเคลื่อนการพัฒนา
กิจกรรมที่หนาแน่นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับทั้งสองประเทศกำลังย่างเข้าสู่ระยะใหม่ โดยให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อคุณภาพและความลึกซึ้งของความร่วมมือ ดร. เหงียนห่งหาย อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัย VinUni และนักวิชาการฟูลไบร์ทจากมหาวิทยาลัยอเมริกันเห็นว่า
“สำหรับออสเตรเลีย คือการผลักดันความร่วมมือเพื่อค้ำประกันความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในสภาวการณ์ที่สถานการณ์ในภูมิภาคและโลกมีความท้าทายต่างๆ ผลักดันการเชื่อมโยงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคี ส่วนสำหรับนิวซีแลนด์ คือความร่วมมือในการขยายการฝึกอบรมแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง การผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และอำนวยความสะดวกให้แก่การค้าและการลงทุนทวิภาคี ความร่วมมือในด้านเหล่านี้จะมีส่งผลอย่างลึกซึ้งและยาวนานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศ”
ผ่านการเยือนทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สามารถเห็นถึงจุดร่วมที่โดดเด่นคือ ความร่วมมือที่เน้นถึงแหล่งพลังที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวมากขึ้น เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การศึกษา แหล่งบุคลากร และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เวียดนามไม่เพียงแต่แสวงหาตลาด เงินทุน หรือโอกาสทางการค้าเพิ่มเติมเท่านั้น หากยังเป็นฝ่ายรุกในการเชื่อมโยงด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายนวัตกรรม และแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูงของโลกอีกด้วย ซึ่งวิธีการเข้าถึงนี้สอดคล้องกับแนวทางการกำหนดรูปแบบการพัฒนาใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกลางพรรคในการประชุมครั้งที่ 3 ที่ผ่านมา ซึ่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล แหล่งบุคลากรและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของการเติบโต ในฟอรั่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน การศึกษาและฝึกอบรมและการพัฒนาแหล่งบุคลากรเวียดนาม - ออสเตรเลีย เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า
“เวียดนามกำลังปรับเปลี่ยนจากเป้าหมายการดึงดูดการลงทุนเป็นความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนา จากการรับเทคโนโลยีเป็นการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี จากการเข้าร่วมห่วงโซ่คุณค่าเป็นการมีตำแหน่งที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าโลก ออสเตรเลียกำลังเร่งผลักดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงปี 2040 โครงการ "อนาคตการผลิตในออสเตรเลีย” และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและพึ่งตนเองกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งเหล่านี้สร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ทั้งสองประเทศผลักดันโอกาสความร่วมมือในอนาคต”
ที่น่าสนใจคือ การเยือนครั้งนี้ยังยืนยันถึงมุมมองของพรรคและรัฐเวียดนามต่อชาวเวียดนามในต่างประเทศ โดยปัญญาชน นักวิทยาศาสตร์ และนักธุรกิจชาวเวียดนามในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระหว่างประเทศกลับมาสนับสนุนการพัฒนาประเทศ
วิสัยทัศน์สู่อนาคต
แถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับและเอกสารความร่วมมือ 13 ฉบับกับออสเตรเลีย แถลงการณ์ร่วมและเอกสารความร่วมมือ 5 ฉบับกับนิวซีแลนด์ คือนิมิตหมายที่สำคัญของการเยือน แต่คุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าคือวิสัยทัศน์ความร่วมมือในปีต่อๆไป จากแนวทางที่กำหนดในการเยือนครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้สร้างบรรยากาศความร่วมมือใหม่ๆทั้งในด้านการค้า การลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การฝึกอบรมแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการขยายเครือข่ายเศรษฐกิจและองค์ความรู้ในภูมิภาค
การเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เปิดวิสัยทัศน์ความร่วมมือใหม่โดยเปลี่ยนจากการเป็นหุ้นส่วนสู่การร่วมสร้างโอกาสในการพัฒนา เชื่อมโยงผลประโยชน์ในปัจจุบันเพื่อสร้างรากฐานให้แก่อนาคต.
