ในเวลาที่ผ่านมา เวียดนามได้มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัดในการปรับปรุงระเบียบการ ยกระดับประสิทธิภาพการคุ้มครองและบังคับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับพัฒนานวัตกรรม
การปฏิรูปด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็งในเวลาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เวียดนามไม่เพียงแต่ตอบสนองเงื่อนไขในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกเท่านั้น หากยังเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านกฎหมายเพื่อแปรทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นแหล่งพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม
ปรับปรุงระเบียบการอย่างสมบูรณ์และเพิ่มขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมาย
ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ระบบกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนามได้รับการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ตามแนวทางเข้าใกล้มาตรฐานสากล โดยตั้งแต่กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาปี 2005 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2006 จนถึงการแก้ไขและเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้เมื่อปี 2009 ปี 2019 ปี 2022 โดยเฉพาะฉบับแก้ไขปี 2025 ช่วยให้กรอบทางกฎหมายนับวันมีความสมบูรณ์ ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์การพัฒนาภายในประเทศและคำมั่นในข้อตกลงการค้าเสรีรุ่นใหม่ที่เวียดนามเป็นรัฐภาคี เช่น ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP ข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม–อียู หรือ EVFTA และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP
ทั้งนี้ กฎหมายแก้ไขและเพิ่มเติมบางมาตราของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาปี 2025 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ปี 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินหน้าปฏิรูประเบียบราชการและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ใช้ประโยชน์และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยการปฏิรูปต่างๆ เช่น ลดระยะเวลาการพิจารณาคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เครื่องหมายการค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ มีกลไกการพิจารณาแบบเร่งด่วน ขยายขอบเขตการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบดิจิทัลและนับเป็นครั้งแรกที่มีการระบุอย่างชัดเจนถึงปัญหา AI ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตามทันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานความรู้ นาย เหงวียนหว่างยาง รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้เผยว่า
“กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาฉบับแก้ไขได้เพิ่มเติมมาตรการและระเบียบการทางแพ่ง เช่น อนุญาตให้ศาลมีคำสั่งให้ลบ ซ่อน หรือปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาที่ละเมิดกฎหมายในโลกไซเบอร์ มีคำสั่งระงับการเข้าถึงข้อมูล เนื้อหา บัญชีผู้ใช้ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือที่อยู่ไอพีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำละเมิดเป็นการชั่วคราว โดยระบุว่า เป็นมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเร่งด่วน”
ส่วนการบังคับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ลงนามประกาศใช้มติที่ 02 เกี่ยวกับการผลักดันการบังคับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งต้องยกระดับประสิทธิภาพการประสานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารตลาด การลงโทษกรณีละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกลไกคุ้มครองทั้งทางแพ่งและทางอาญา นาย เลฮวีแอง รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้ย้ำว่า
“ถ้าการจัดทำกฎหมายทำได้ดีแล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายดำเนินไปขาดประสิทธิภาพก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้น การป้องกันและต่อต้านการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาคือกิจกรรมที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรมและทำให้บรรยากาศการประกอบธุรกิจมีความโปร่งใสมากขึ้น”
พัฒนาการที่เห็นได้ชัด
สถานการณ์เป็นจริงแสดงให้เห็นว่า เวียดนามได้บรรลุผลงานที่น่ายินดีในการคุ้มครองและบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยในช่วงปี 2021–2025 ได้รับคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมกว่า 423,000 ใบ พิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆตามคำขอกว่า 436,000 ใบและมอบสิทธิบัตรกว่า 255,000 ใบ ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระยะก่อน ส่วนการออกสิทธิบัตรภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นแสดงให้เห็นว่า ขีดความสามารถในการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างสร้างสรรค์ได้รับการปรับปรุงและถูกแปรเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกทำให้ประชาคมโลกมองเวียดนามว่า เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการปฏิรูปในด้านทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุดในภูมิภาค โดยเวียดนามได้เข้าร่วมกลไกความร่วมมือพหุภาคีและทวิภาคีต่างๆ เช่น องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO องค์การการค้าโลก หรือ WTO อาเซียน หน่วยทรัพย์สินทางปัญญาชั้นนำในโลกเพื่อพัฒนาระบบและเพิ่มขีดความสามารถในด้านนี้
ส่วนในมุมมองการต่างประเทศ เวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนแห่งความร่วมมือและการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมโลกดั่งเช่นคำยืนยันของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ฝ่ามทูหั่ง ที่ว่า “ในเวลาที่ผ่านมา เวียดนามมีความมุ่งมั่นในกระบวนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการปรับปรุงระเบียบการ ยกระดับความรู้ของประชาชนและขยายความร่วมมือกับ WIPO สหรัฐและประเทศต่างๆ ยืนหยัดแก้ไขการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งนี่เป็นทั้งประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ แนวทางและนโยบายที่เสมอต้นเสมอปลายของเวียดนามเพื่อสร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขยายตัวที่ถือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ”
ทั้งนี้ เวียดนามกำลังปรับปรุงระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็งตามแนวทางที่ทันสมัย พร้อมเพรียงและผสมผสาน ท่ามกลางการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็วในโลก กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการผสมผสานของเวียดนามเท่านั้น หากยังมีส่วนร่วมเพิ่มขีดความสามารถภายในประเทศ ส่งเสริมบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่โปร่งใส ยั่งยืนและกระตุ้นนวัตกรรมอีกด้วย.
