ในการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 สภาแห่งชาติได้หารือเกี่ยวกับปัญหาหลักต่างๆเพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านกลไก เปิดทางให้แก่บรรยากาศการพัฒนาใหม่
พื้นฐานที่สำคัญให้แก่ระยะการพัฒนาใหม่
ผลสำเร็จที่ใหญ่และมีความสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้คือสภาแห่งชาติได้เลือกและแต่งตั้งตำแหน่งผู้นำระดับสูงด้วยความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์สูง รวมทั้งตำแหน่งสำคัญต่างๆ เช่น ประธานประเทศ นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติ ซึ่งการแต่งตั้งตำแหน่งที่สำคัญในสัปดาห์แรกของการประชุมได้ค้ำประกันความมีเสถียรภาพและความราบรื่นในการดำเนินงานของระบบการเมือง สร้างพื้นฐานเพื่อปฏิบัติมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ให้ประสบความสำเร็จ นาง เหงวียนถิเหวียดงา รองหัวหน้าคณะผู้แทนสภาแห่งชาตินครไฮฟอง เผยว่า
"บรรดาผู้แทนสภาแห่งชาติ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วประเทศ ต่างตั้งความหวังว่า คณะผู้บริหารชุดใหม่จะมีความสามารถ ความมั่นใจและความมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งหมดที่ได้วางไว้ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนต่างๆและเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง จากการที่มีคณะผู้บริหารชุดใหม่ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ มีทักษะความสามารถ และความตั้งใจสูง ดิฉันเชื่อมั่นว่า เวียดนามจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง"
ในการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 ได้แสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ผ่านการปฏิบัติงานด้านนิติบัญญัติจำนวนมาก รวมถึงมติที่สำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม และงบประมาณแผ่นดินในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยบรรลุเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น หากยังช่วยผลักดันการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในระยะใหม่อีกด้วย นาย บุ่ยหว่ายเซิน ผู้แทนสภาแห่งชาติกรุงฮานอยเห็นว่า
"เมื่อเรากำหนดวิสัยทัศน์ให้แก่วาระ 5 ปีของสภาแห่งชาติ ก็หมายความว่า พวกเราจัดทำกรอบกลไกและแนวทางใหญ่เพื่อปฏิบัติในระยะต่อไปและเมื่อเรากำหนดวิสัยทัศน์ใหญ่ เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ เช่น การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่เลขสองหลักและเป้าหมาย 100 ปีผ่านปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมของสภาแห่งชาติ"
จากการประชุมสู่การปฏิบัติในทางเป็นจริง
ความสำเร็จของการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 คือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งการประชุมไม่เพียงแต่เน้นหารือเกี่ยวกับกลไก นโยบาย ตัวเลขการเติบโตเท่านั้น หากยังเกาะติดสถานการณ์ที่เป็นจริงของชีวิตและประเด็นที่เกี่ยวข้องถึงชีวิตของประชาชนอีกด้วย นาง เจิ่นถิหญีห่า รองประธานคณะกรรมาธิการการร้องเรียนของประชาชนและการตรวจสอบของสภาแห่งชาติเผยว่า
"สภาแห่งชาติเปลี่ยนแปลงใหม่วิธีการดำเนินงาน แนวความคิดด้านนิติบัญญัติและการตรวจสอบ ปรับปรุงกฎกลไกให้มีความสมบูรณ์ในเชิงรุก แก้ไขอุปสรรคอย่างทันการณ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและประกาศใช้นโยบายที่ใกล้ชิดกับประชาชน สำหรับการปฏิบัติและประสิทธิภาพ สภาแห่งชาติต้องการความจริงจังมากขึ้น โดยกิจกรรมต่างๆของสภาแห่งชาติต้องบรรลุผลงานที่เป็นรูปธรรม งานด้านการตรวจสอบต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากเราทำให้สภาแห่งชาติมีการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง "
จิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ได้สร้างบรรยากาศการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นาย บุ่ยหว่ายเซิน ผู้แทนสภาแห่งชาติกรุงฮานอย เผยว่า
"การประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติมีขึ้นหลังจากที่ประเทศดำเนินการรูปแบบการปกครองท้องถิ่น 2 ระดับ การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรในระบบการเมืองให้กระทัดรัดและตั้งเป้าหมายต่างๆ รวมทั้งเป้าหมาย 100 ปี ดังนั้น การที่เราแก้ไขกฎหมาย วางแผนการในระยะยาว จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศพัฒนาในยุคใหม่"
ผลการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 ได้แสดงให้เห็นถึงสภาแห่งชาติที่ปฏิบัติงานในเชิงรุกและเข็มแข็งในการสร้างพื้นฐานให้แก่การพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืนต่อไป.
