(VOVworld)เมื่อวันที่ 24 เมษายน นาย หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้เสร็จสิ้นการเยือน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือลาว กัมพูชาและบรูไนและได้ประกาศว่า ทางการปักกิ่งได้บรรลุข้อตกลง 4 ข้อกับ 3 ประเทศดังกล่าวเกี่ยวกับปัญหาในทะเลตะวันออก การเยือนนี้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์กำลังจะมีคำวินิจฉัยในกรณีที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องจีนเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออก ดังนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ชัดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการเยือนนี้คือ การมุ่งสร้างความแตกแยกภายในกลุ่มอาเซียนเกี่ยวกับปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออก

ทางการจีนได้ชี้แจงว่า ปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออก “ไม่ใช่ปัญหาระหว่างจีนกับอาเซียน ไม่ควรให้ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์จีน-อาเซียน” และจัดทำข้อตกลง 4 ข้อเพื่อหาการสนับสนุนทางการทูตก่อนที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการในกรุงเฮกมีคำวินิจฉัยสุดท้ายต่อคำร้องของฟิลิปปินส์ที่ฟ้องร้องจีนเกี่ยวกับเรื่องเส้นประ 9 เส้นที่จีนกำหนดในทะเลตะวันออกแต่เพียงฝ่ายเดียว
ปักกิ่งแสวงหาพันธมิตรในอาเซียน

หลังจากเสร็จสิ้นการเยือน 3 ประเทศดังกล่าว ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นาย หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้ย้ำว่า จีนและ 3 ประเทศอาเซียนได้เห็นพ้องกันว่า การพิพาทด้านเกาะแก่ง โขดหินและแนวหินปะการังสคาร์โบโรห์ในทะเลตะวันออกจะ “ไม่ใช่เป็นปัญหาระหว่างจีนกับทั้งภูมิภาคอาเซียน” และทั้งจีน ลาว กัมพูชาและบรูไนก็ได้ยืนยันว่า ทุกประเทศมีสิทธิ์เลือกวิธีการแก้ไขการพิพาทตามกฎหมายสากลและประเทศอื่นต้องให้ความเคารพสิทธิ์นี้
การเยือนบรูไน ลาวและกัมพูชาของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนหวังอี้มีขึ้นก่อนที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการหรือพีซีเอจะมีคำวินิจฉัยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายนนี้และมีความเป็นไปได้สูงที่ฟิลิปปินส์จะชนะคดี ก่อนหน้านั้น จีนได้ประกาศว่า ไม่ยอมรับอำนาจของศาลอนุญาโตตุลาการและยืนกรานที่จะแก้ไขการพิพาทแบบทวิภาคีเท่านั้น รวมทั้งแสวงหาพันธมิตรที่คัดค้านคำวิจฉัยนี้ ดังนั้น การเยือน 3 ประเทศในอาเซียนครั้งนี้ของนาย หวังอี้ จึงมีเป้าหมายที่จะแสวงหาการสนับสนุนจาก 3 ประเทศสมาชิกอาเซียนดังกล่าวเกี่ยวกับปัญหาในทะเลตะวันออก ที่น่าสนใจคือ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนหรือเอเอ็มเอ็มซึ่งจะมีขึ้นในฤดูร้อนปีนี้ กัมพูชา ลาวและบรูไนจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่เข้าร่วมและประเทศเจ้าภาพคือลาวซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงถึงการพิพาทด้านอธิปไตยในทะเลตะวันออก ดังนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีนไปเยือน 3 ประเทศนี้ก่อนการประชุมเอเอ็มเอ็ม จากคำประกาศดังกล่าวและการเยือนลาว กัมพูชาและบรูไนของรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวังอี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า จีนกำลังผลักดันกิจกรรมสร้างความแตกแยกเพื่อไม่ให้อาเซียนมีเสียงพูดเดียวกันเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออก

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามัคคีของอาเซียน
นักการทูตอาเซียนคนหนึ่งได้แสดงความเห็นว่า “จีนมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากว่า อาเซียนจะออกแถลงการณ์ร่วมหลังจากศาลประจำอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยสุดท้าย ดังนั้น การเยือนของนาย หวังอี้จึงมีเป้าหมายเพื่อแสวงหาการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอาเซียน” ตามความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นี่คือท่าทีที่ชัดเจนล่าสุดของปักกิ่งต่ออาเซียนก่อนการนินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการ จีนกำลังมีความพยายามทางการทูตเพื่อlobby รัฐบาลของบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อให้มีการตัดสินใจที่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศสมาชิกอื่นของอาเซียน
แต่อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ลาว กัมพูชาและบรูไนยังไม่มีคำประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลง 4 ข้อดังกล่าว ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 25 เมษายน นาย เลเลืองมิง เลขาธิการอาเซียนได้ยืนยันอย่างชัดเจนถึงทัศนะ 6 ข้อของอาเซียนเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออกคือให้ความเคารพกฎหมายสากล รวมทั้งอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982 หลักการแก้ไขการพิพาทอย่างสันติ หลักการใช้ความอดกลั้น ไม่มีปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงสภาพเดิมในทะเลตะวันออกและเรียกร้องให้ปฏิบัติตามแถลงการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกันของทุกฝ่ายในทะเลตะวันออกที่จีนและอาเซียนได้ลงนามเมื่อปี 2002 อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพและข้อตกลงผลักดันการเจรจาเพื่อลงนามหลักการปฏิบัติต่อกันของทุกฝ่ายในทะเลตะวันออกโดยเร็ว นี่คือทัศนะที่เสมอต้นเสมอปลายและสิ่งที่สำคัญที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องให้ความเคารพ ส่วนสื่อของไทยเมื่อเร็วๆนี้ก็ลงบทความที่พาดหัวว่า “อาเซียนต้องขัดขวางจีน” โดยย้ำว่า ปฏิบัติการของจีนในทะเลตะวันออกคือภัยคุกคามต่อทุกประเทศในภูมิภาค ดังนั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องสามัคคีกันเพื่อรับมือกับปฏิบัติการนี้อย่างเข้มแข็งและชาญฉลาด

รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวังอี้ พบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา (Reuters)

อาเซียนที่สันติภาพ เสถียรภาพและพัฒนานั้นหมายความรวมถึงทะเลตะวันออกที่มีเสถียรภาพ การบรรลุเสียงพูดเดียวกันและผลักดันความสามัคคีของอาเซียนต่อปัญหาที่ซับซ้อนนี้จะไม่อยู่ภายนอกนระเบียบวาระการประชุมของอาเซียน โดยก่อนอื่นคือการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 49 ในเดือนกรกฎาคมนี้ ณ ประเทศลาวซึ่งเป็นการทดสอบความสามัคคีของอาเซียนในสภาวการณ์ที่ประชาคมอาเซียนเพิ่งได้รับการจัดตั้ง.