ด้วยหน้าที่สำคัญคือการจัดทำกฎหมายและตัดสินใจในประเด็นสำคัญๆของประเทศตามความต้องการจากสถานการณ์จริง การประชุมวิสามัญครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทางการเมือง จิตใจแห่งการเป็นฝ่ายรุก การมุ่งปฏิบัติอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมของสภาแห่งชาติ รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ในการเร่งแปรแนวทางของพรรคให้เป็นกฎหมายและนำไปปฏิบัติได้ทันที ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชนและภาคธุรกิจ ไม่ล่าช้าและพลาดโอกาสการพัฒนาของประเทศ

เน้นปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ

ตั้งแต่เริ่มการประชุม ได้มีการระบุให้เร่งดำเนินการกับงานจำนวนมากภายในระยะเวลาที่จำกัดและต้องประกันคุณภาพของร่างกฎหมายและร่างมติ สภาแห่งชาติได้ทำงานทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้ ส่วนช่วงเวลาระหว่างการประชุมทั้งสองระยะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความคิดเห็นของบรรดาสมาชิกสภาแห่งชาติไปพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขร่างกฎหมายก่อนที่จะยื่นเสนอให้สภาแห่งชาติพิจารณาอนุมัติ

ตลอดระยะเวลา 11 วันของการทำงานอย่างต่อเนื่อง มีการอภิปรายทั้งตามหน่วยและที่หอประชุม โดยหลายประเด็นมีการหารืออย่างลงลึกถึงรายละเอียด นางเหงวียนถิทูห่า สมาชิกคณะผู้แทนสภาแห่งชาติจังหวัดกว๋างนิงห์กล่าวว่า

“ผู้แทนสภาแห่งชาติได้ทุ่มเททั้งเวลา สติปัญญาและการทำงานทั้งหมดให้กับส่วนงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนี้ นั่นคืองานด้านนิติบัญญัติ เพื่อเปิดโอกาสและเปิดพื้นที่ให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ จนถึงขณะนี้ สภาแห่งชาติและผู้แทนสภาแห่งชาติได้เสร็จสิ้นหน้าที่ต่างๆด้วยความรับผิดชอบสูง เพื่อไม่ให้กลไกระเบียบการกลายเป็นอุปสรรคอีกต่อไป”

ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของผู้แทนสภาแห่งชาติยังสะท้อนให้เห็นจากการอภิปรายในเชิงลึกในแต่ละวาระ โดยหลายความคิดเห็นมุ่งตรงไปยังข้อกำหนดที่เป็นรูปธรรม วิเคราะห์ผลกระทบและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ พร้อมทั้งเสนอแนวทางปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น นาง เหงวียนถิเหวียดงา ผู้แทนสภาแห่งชาตินครไฮฟองประเมินว่า

“สำหรับประเด็นสำคัญ ๆ ผู้แทนสภาแห่งชาติได้เน้นหารือและมีการพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยความคิดเห็นที่เสนอในการอภิปรายตามหน่วยและที่หอประชุมก็มีความเป็นรูปธรรม มีการลงรายละเอียดและมีคุณค่าอย่างยิ่ง”

กลไกระเบียบการที่เปิดลู่ทางให้แก่การพัฒนา

เนื้อหาหลายประเด็นที่สภาแห่งชาติได้อภิปรายในระยะที่ 1 ล้วนเชื่อมโยงกับปัญหาโดยตรงในชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เช่น การปฏิรูประเบียบราชการ การลดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ การพัฒนาตัวเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน การระดมแหล่งพลังต่างๆ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและความมั่นคงกลาโหม เป็นต้น ซึ่งควบคู่กับการแก้ไขข้อกำหนดที่ยังเป็นอุปสรรคแล้ว ผู้แทนสภาแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายถึงความเป็นไปได้ในการนำนโยบายไปปฏิบัติด้วย นาย ฉิงซวนอาน ผู้แทนสภาแห่งชาตินครด่งนายและสมาชิกสภาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำคณะกรรมาธิการกลาโหม ความมั่นคงและการต่างประเทศย้ำว่า

“ในการประชุมครั้งนี้ เรามุ่งเน้นในประเด็นสำคัญๆ เช่น การแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการลดขั้นตอนระเบียบราชการ โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระดมและสร้างแหล่งพลัง เปิดโอกาสให้ประเทศพัฒนาผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม กฎหมายต่าง ๆ ที่ได้รับการพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ล้วนมุ่งเน้นการกระจายอำนาจ การแบ่งสรรค์หน้าที่และการมอบอำนาจให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในเนื้อหาของร่างกฎหมายทุกฉบับ เรากำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ จากเดิมที่มุ่งแก้ไขปัญหาคอขวด วันนี้เราจะก้าวไปสู่การจัดทำกฎหมายที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนการพัฒนา”

ดังนั้น การกระจายอำนาจและแบ่งสรรค์หน้าที่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับศักยภาพและทรัพยากรของหน่วยงานหรือระดับการปกครองที่ได้รับมอบอำนาจ การลดขั้นตอนระเบียบราชการต้องก่อให้เกิดความสะดวกที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ส่วนการเปลี่ยนจากการตรวจสอบก่อนดำเนินการเป็นการตรวจสอบภายหลังต้องดำเนินควบคู่ไปกับความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงและการกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน วิธีการเข้าถึงนี้ส่งผลให้ภารกิจด้านนิติบัญญัติต้องเปลี่ยนแปลงจากการแก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องที่มีอยู่ สู่การสร้างเงื่อนไขใหม่เพื่อการพัฒนา

11 วันของการประชุมระยะที่ 1 สามารถเสร็จสิ้นภารกิจต่าง ๆ โดยความคิดเห็นของผู้แทนสภาแห่งชาติได้รับฟังและปรับปรุงก่อนที่สภาแห่งชาติจะพิจารณาและตัดสินใจในการประชุมระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19–24 สิงหาคมนี้.