| การเยือนจีนครั้งนี้ของนายกฯรัสเซียจะช่วยสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ-การป้องกันประเทศ(AFP) |
ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย นี่เป็นการพบปะประจำครั้งที่18ระหว่างนายกฯทั้งสองประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง และหัวข้อสำคัญของการพบปะหารือคือปัญหาการค้าทวิภาคี ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา การผลิตเกษตร โดยเฉพาะโครงการร่วมมือในพลังงานและการป้องกันประเทศ
พยายามปรับความสัมพันธ์ทวิภาคี
ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโคว์และปักกิ่งในช่วงใกล้ๆนี้ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่านการไปมาเยี่ยมเยือนซึ่งกันและกันและการพบปะหารือทวิภาคีระดับสูง ยกตัวอย่างเช่นหลังจากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียอีกสมัย นายวลาดีเมียปูตินได้เดินทางไปเยือนจีนเป็นประเทศแรกในขณะที่นายสีจิ้นผิงกก็เลือกรัสเซียเป็นจุดหมายของการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะเป็นประธานประเทศจีน ซึ่งก่อนการพบปะนอกรอบการประชุมสุดยอดเอเปกที่มีขึ้น ณ บาหลี ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ถ้อยคำที่งดงามเพื่อชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยประธานาธิบดีปูตินได้ชื่นชมว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนกำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุด ส่วนผู้นำจีนได้ย้ำถึงความตั้งใจในการมุ่งสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังถือปี2013เป็นปีท่องเที่ยวจีนและปี2014-2015จะเน้นการสังสรรค์ระดับเยาวชน
ในด้านเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่า การผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้ารัสเซีย-จีนคือแนวทางที่ต้องให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ โดยตามข้อมูลที่ระบุ มูลค่าการค้ารัสเซีย-จีนปี2012บรรลุเกือบ88พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่ารายได้ของแต่ละประเทศกับหุ้นส่วนการค้าใหญ่คือสหภาพยุโรปเพียงเล็กน้อย ส่วนในด้านการลงทุนทางการค้า กิจกรรมการขุดเจาะปีโตรเลี่ยมระหว่างจีนกับรัสเซียก็มีความก้าวหน้าใหม่โดยเฉพาะข้อตกลงฉบับล่าสุดว่าด้วยการเพิ่มปริมาณการสนองปีโตรเลี่ยมเป็นสองเท่ามูลค่า260พันล้านเหรียญสหรัฐระหว่างบริษัทปีโตรเลี่ยมรอสเนฟต์ของรัสเซียและกลุ่มพลังงานแห่งชาติจีนซีเอ็นพีซีที่ได้ลงนามในโอกาสการเยือนรัสเซียของประธานประเทศจีนสีจิ้นผิง
ขณะนี้การกระเถิบเข้าใกล้กันสำคัญกว่าความขัดแย้ง
นอกจากนั้นถึงแม้จะมีจุดยืนที่ตรงกันในบางปัญหาที่ร้อนระอุของโลกแต่ต่อการพัฒนาที่เข้มแข็งและรวดเร็วของจีนในปัจจุบัน รัสเซียทั้งที่จะต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่มีมาช้านานในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมแผนรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในการขยายอำนาจเพื่อกลายเป็นประเทศมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดของโลก อีกปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามคือความขัดแย้งด้านอธิปไตยเหนือหมู่เกาะเซนกากุหรือเตี้ยวหยู
Ánh Huyền/VOV5
