(VOVworld) – ในการกล่าวปราศรัยในที่ประชุมรัฐสภา เช่นเดียวกับในการประกาศต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา นายเหงียนซวนฟุ๊ก นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันหน้าที่สำคัญที่รัฐบาลจะให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆในเวลาข้างหน้า ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาที่ผู้แทนรัฐสภาได้เสนอเมื่อกล่าวถึงความท้าทายต่างๆที่รัฐบาลต้องรับมือและการแก้ไขความท้าทายเหล่านั้นก็มีความหมายสำคัญต่อเศรษฐกิจ ต่อชีวิตของประชาชนและการพัฒนาของประเทศภายใน 5 ปีข้างหน้า
![]() สมาชิกของรัฐบาลเวียดนาม |
ปัญหาที่นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กจะให้ความสนใจเป็นอับดับต้นๆในการบริหารชี้นำในเวลาข้างหน้าคือ รักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค ผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เน้นการปฏิรูประเบียบราชการ ปราบปรามการคอร์รัปชั่น และการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยอย่างเด็ดขาดและเคร่งครัด ยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตยและบูรณะภาพแห่งดินแดน ตลอดจนการสร้างเสถียรภาพให้แก่ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตที่ประสบภัยธรรมชาติ ภัยแล้งและปัญหาน้ำทะเลซึม
ผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายใต้แรงกดดันของการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก
การปรับเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคและผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นหน้าที่อันดับแรกที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ย้ำถึง ซึ่งในสภาวการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลชุดใหม่จะต้องบริหารประเทศท่ามกลางกระบวนการผสมผสานทางเศรษฐกิจที่นับวันกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้นเศรษฐกิจเวียดนามอาจได้รับผลกระทบได้ง่ายจากความผันผวนของเศรษฐกิจ สังคมโลก นายเฉิ่นหว่างเงิน ผู้แทนรัฐสภานครโฮจิมินห์เผยว่า “ในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกนั้น ทุกประเทศต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดโดยกำลังพยายามปรับปรุงบรรยากาศการประกอบธุรกิจตามแนวทางที่ดีที่สุด ดังนั้นรัฐบาลต้องให้ความสนใจต่อมาตรการเพิ่มปริมาณการผลิต นอกจากให้ความสนใจต่อบรรยากาศการลงทุนประกอบธุรกิจ การผลิตและบริหารแรงงานแล้ว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่เครื่องจักรและการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่สถานประกอบการเวียดนามยังลงทุนในขอบเขตที่จำกัด ดังนั้นรัฐบาลต้องให้การช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนให้แก่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จากจำนวนมีข้อตกลงการค้าเสรีที่ได้ลงนามและกำลังเจรจารวม 16 ฉบับ เวียดนามกลายเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นและคล่องตัวในระบบเศรษฐกิจโลกอย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ถือเป็นพลังขับเคลื่อนและเป็นเงื่อนไขสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นกำลังต้องเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่ ดังนั้นต้องให้ความสนใจต่อสถานประกอบการภาคเอกชน นายฝามจ่องเญิน ผู้แทนรัฐสภาจังหวัดบิ่งเยืองให้ข้อสังเกตว่า “มติการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 12 ได้มีก้าวพัฒนาใหม่เกี่ยวกับการยอมรับบทบาทของเศรษฐกิจภาคเอกชนและได้รับคำชื่นชมจากประชามติทั้งภายในและต่างประเทศ นั่นคือการระบุให้เศรษฐกิจภาคเอกชนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในกระบวนการพัฒนาประเทศ รัฐบาลก็ได้ยืนยัน จะอำนวยความสะดวกให้สถานประกอบการเวียดนามพัฒนาอย่างเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะสถานประกอบการภาคเอกชนเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเองของระบบเศรษฐกิจ ผมมีความปรารถนาว่า จะได้เห็นผลจากการปฏิบัตินโยบายที่เป็นพลังขับเคลื่อนอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว”
เพื่อค้ำประกันให้แก่ความยั่งยืนของการพัฒนาการเกษตรในสภาวการณ์แห่งการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกก็เป็นอีกเป้าหมายที่สำคัญเพราะถึงแม้มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 17-19 ในจีดีพีเท่านั้นแต่การเกษตรมีความผูกพันธ์กับชีวิตของประชากรร้อยละ 70 ในเขตชนบท นายเลกงดิ๋ง ผู้แทนรัฐสภาจังหวัดลองอานเผยว่า การพัฒนาหน่วยงานการเกษตรต้องตอบสนองความต้องการของ 5 ยุทธศาสตร์ขั้นพื้นฐาน “หนึ่งคือ ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ในด้านชนิด ขอบเขตและราคา สองคือแก้ไขจุดอ่อนในการผลิตการเกษตรของเวียดนาม คือการผลิตอย่างกระจัดกระจายและมีคุณภาพไม่เท่ากัน สามคือพิจารณารูปแบบและขอบเขตของหน่วยงานที่ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันในสภาวการณ์ผสมผสานเข้ากับกระแสโลกเพื่อวางแนวทางและมีนโยบายพัฒนาที่เหมาะสม สี่คือต้องมียุทธศาสตร์อย่างชัดเจนต่อผลิตภัณณ์การเกษตรในการเจาะตลาดและ 5 คือต้องมีมาตรการเพิ่มทักษะความสามารถของเกษตรกรในการบริหารการเกษตรแบบสหกรณ์”
![]() นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง |
ปกป้องอธิปไตยและบูรณะภาพแห่งดินแดนพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล
นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กได้ยืนยันว่า รัฐบาลจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตยและบูรณะภาพแห่งดินแดนของประเทศ โดยถือเป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนผู้แทนรัฐสภาหลายคนได้แสดงความเห็นว่า เพื่อปฏิบัติหน้าที่นี้ต้องการมาตรการแก้ไขอย่างพร้อมเพรียงในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การทูต กลาโหม โดยเฉพาะต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจทางทะเลกับการป้องกันประเทศ นางเหงียนถิฟุ๊ก ผู้แทนรัฐสภาจังหวัดบิ่งถวนกล่าวว่า “ขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจมากขึ้นต่อมาตรการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลพร้อมกับการปกป้องอธิปไตยทะเลและหมู่เกาะของประเทศ ประเมินการปฏิบัติแนวทางให้การช่วยเหลือชาวประมงในการต่อเรือเพื่อออกทะเลจับปลา ผลักดันการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำทะเลซึม ก่อสร้างเขตหลบพายุให้แก่เรือประมง ยกระดับระบบคมนาคมและกิจการการป้องกันด้านความมั่นคงบนเกาะต่างๆ”
ยืนหยัดป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น
ในด้านการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น ผู้แทนรัฐสภามีความเห็นว่า ต้องสร้างความมุ่งมั่นร่วมกันและนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติคำสาบานตนต่อประชาชนและปิตุภูมิเกี่ยวกับความตั้งใจป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นให้เป็นรูปธรรม นายบุ่ยแหมงหุ่ง ผู้แทนรัฐสภาจังหวัดบิ่งเฟือกเผยว่า ในวาระนี้ รัฐสภาได้อนุมัติกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นและกฎหมายการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่การปฏิบัตินั้นยังไม่มีความเด็ดขาด ดังนั้นปัญหาคอร์รัปชั่นได้ขยายไปยังด้านที่อ่อนไหวต่างๆ และมีความเชื่อมโยงอย่างมั่นคง จากสภาวการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้ถือการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นเป็นศัตรูภายในประเทศที่ต้องตั้งใจต่อต้านเหมือนความตั้งใจของทั้งประชาชาติในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้บรรลุผลสำเร็จที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคม ส่วนใน 5 ปีข้างหน้า แม้ยังมีความลำบากมากมายแต่จากการตระหนักได้ดีเกี่ยวกับความท้าทายต่างๆ ประชามัติมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเป็นรัฐบาลแห่งการปฏิบัติที่จะนำประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.


