ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องยังคงธำรงช่องทางการทูตผ่านตัวกลาง และกำหนดบางเนื้อหาหลักของการเจรจา แต่ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องถึงความมั่นคงและผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ ยังคงสร้างช่องว่างใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่าย

ความเชื่อมั่นยังคงเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อเร็วๆนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณในเชิงบวกเกี่ยวกับศักยภาพของการเจรจา โดยยืนยันว่า "อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงและนี่จะเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับสหรัฐ และฝ่ายต่างๆที่สนับสนุนพวกเรา" พร้อมทั้ง ยอมรับว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงของอิหร่านกำลังทำให้กระบวนการเจรจายากลำบากมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายอิหร่านกลับให้ความสำคัญต่อประเด็นอื่น นั่นคือความเชื่อมั่น หลังจากที่เกิดความตึงเครียดมาหลายปี โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2018 ผู้นำอิหร่านจึงไม่ให้ความสำคัญต่อคำมั่นทางการเมืองเพียงคำพูดอีกต่อไป โดยเรียกร้องการค้ำประกันที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ นาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เผยว่า

"บรรดานักการทูตไม่เชื่อมั่นต่อคำพูดหรือคำสัญญาของฝ่ายตรงข้าม มาตรฐานเดียวของเราคือต้องบรรลุผลงานที่เป็นรูปธรรมและจริงจังก่อนที่ปฏิบัติคำมั่นต่างๆ พวกเราจะไม่ให้สัตยาบันข้อตกลงใดๆ จนกว่าสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนอิหร่านจะได้รับการค้ำประกัน รากฐานที่มั่นคงของยุทธศาสตร์นี้คือชีวิตของพวกเรา ซึ่งเป็นผู้ที่พร้อมเสียสละเพื่อประชาชนอิหร่าน"

ซึ่งสารนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนของอิหร่านในการพบปะครั้งล่าสุดโดยอิหร่านไม่ปฏิเสธความต้องการการเจรจา แต่ต้องการเห็นขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมก่อนที่จะให้คำมั่นต่างๆ ซึ่งช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันไม่เพียงแต่อยู่ที่เงื่อนไขทางเทคนิคของข้อตกลงในอนาคตเท่านั้น หากยังอยู่ที่เรื่องการค้ำประกันการปฏิบัติข้อตกลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดวิธีการเข้าถึงกระบวนการเจรจาทั้งหมดของอิหร่าน

ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ยากจะประสานได้

นอกจากประเด็นความเชื่อมั่นแล้ว ฝ่ายต่างๆยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเนื้อหาหลักของการเจรจา โดยประเด็นที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ โดยสหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านจัดการยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะระดับสูงผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงธำรงสิทธิ์ในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์พลเรือน และไม่ยอมรับข้อเรียกร้องที่มีความผูกมัดในระยะยาว สิ่งที่น่าสนใจคือ ทางการอิหร่านยืนยันหลายครั้งว่า ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆในปัจจุบันคือการยุติการปะทะ แทนการลงลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์

อีกหนึ่งความขัดแย้งที่สำคัญคืออนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันประมาณร้อยละ 20 ของโลก โดยอุปสรรคในปัจจุบันอยู่ที่ความเข้าใจที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ "การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ" โดยสหรัฐอยากฟื้นฟูกิจกรรมการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบและไม่ยอมรับข้อจำกัดใดๆต่อเรือที่เดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ในขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันสิทธิในการบริหารของตนในฐานะเป็นประเทศชายฝั่ง

ประเด็นอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาคือปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค โดยอิหร่านแสดงจุดยืนที่ชัดเจนคือ กระบวนการเจรจาจะต้องเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในฉนวนกาซาและเลบานอน รวมถึงพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน อิหร่านได้ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว โดยประกาศระงับการสื่อสารผ่านช่องทางตัวกลางกับสหรัฐในสภาวการณ์ที่สถานการณ์การปะทะยังคงเกิดขึ้นในภาคใต้ของเลบานอน

นอกเหนือจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังมีเนื้อหาอื่นๆอีกหลายประเด็นที่สหรัฐและอิหร่านไม่สามารถเห็นพ้องกันได้ รวมถึงการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ และการผ่อนปรนคำสั่งคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ตลอดจนการค้ำประกันทางกฎหมายสำหรับข้อตกลงใดๆ ที่จะได้รับการลงนาม

การประสานระหว่างผลประโยชน์ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ กำลังทำให้การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญในปัจจุบันคือสหรัฐและอิหร่านจะต้องหาทางลดเป้าหมายที่แต่ละฝ่ายถือเป็นผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่สามารถละทิ้งได้ เพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่ยุติการปะทะในปัจจุบัน.