การเยือนประเทศสิงคโปร์ของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ในครั้งนี้มีขึ้น 1 ปีหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน สำหรับการสนทนาแชงกรี-ลา นับเป็นครั้งแรกที่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนามได้รับเชิญกล่าวปาฐกถา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อบทบาท สถานะที่สำคัญและความรับผิดชอบของเวียดนามในประเด็นระดับภูมิภาคและโลก
กระชับความสัมพันธ์เวียดนาม–สิงคโปร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
จุดเด่นในความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างเวียดนามกับสิงคโปร์ในปัจจุบันคือเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จของความร่วมมือภายในอาเซียน โดยมีนิคมอุตสาหกรรมสิงคโปร์หรือ VSIP รวม 20 แห่ง ซึ่งเป็นเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นตัวอย่างแห่งความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับสิงคโปร์ที่เน้นเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กำลังประกอบธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพท้องถิ่นหลายแห่งทั่วประเทศเวียดนาม ทั้งสองฝ่ายยังตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานิคมอุตสาหกรรม VSIP ให้ครบ 30 แห่งภายในปีนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการเปิดดำเนินการ VSIP แห่งแรกในเวียดนาม
ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศกำลังเน้นขยายความร่วมมือในสาขาที่มีคุณภาพสูง อาทิเช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจแห่งสีเขียว ปัญญาประดิษฐ์และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูงและทั้งสองฝ่ายได้กำหนดให้เป็นเสาหลักของการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับสิงคโปร์ในระยะต่อไป ในสภาวการณ์ดังกล่าว การเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม จึงถือเป็นโอกาสสำคัญให้ทั้งสองประเทศผลักดันความร่วมมือในหลากหลายสาขาที่สำคัญ เป็นยุทธศาสตร์และก้าวไปสู่ความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพเหล่านี้ นาย เหงวียนแหมงเกื่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า
“ในกรอบการเยือนครั้งนี้ ทั้งสองประเทศจะขยายความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี โดยจะปฏิบัติความริเริ่ม “TechConnect เวียดนาม–สิงคโปร์” เพื่อเชื่อมโยง “3 ภาคส่วน” ของทั้งสองประเทศ ได้แก่ ภาครัฐ นักวิทยาศาสตร์และนักธุรกิจ เพื่อให้ความร่วมมือด้านนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการสร้างพื้นที่และระบบนิเวศแห่งความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีระหว่างเวียดนามกับสิงคโปร์”
กำหนดบทบาทและเสียงพูดของเวียดนามในโครงสร้างภูมิภาค
ณ ประเทศสิงคโปร์ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาในการสนทนาแชงกรี-ลาปี 2026 ซึ่งเป็นเวทีด้านความมั่นคงและกลาโหมที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์หรือ IISS เมื่อปี 2002 และมีผู้แทนมากกว่า 550 คนจากหน่วยงานด้านกลาโหมและความมั่นคงของกว่า 40 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และหารือในประเด็นยุทธศาสตร์ การเสริมสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหม
ในหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามยืนหยัดปฏิบัติแนวทางการต่างประเทศที่อิสระ พึ่งตนเอง หลายรูปแบบหลายฝ่าย รวมทั้งหลักการสันติภาพ ความร่วมมือและการให้ความเคารพต่อกฎหมายสากล ซึ่งแนวทางนี้ได้ช่วยให้เวียดนามกลายเป็นหุ้นส่วนที่น่าไว้วางใจ เป็นสะพานเชื่อมในการสนทนาและเป็นปัจจัยแห่งความสมดุลในภูมิภาค การที่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการสนทนาแชงกรี-ลา ถือเป็นโอกาสให้เวียดนามส่งสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคคือไม่เลือกการเผชิญหน้า ไม่เดินตามการแข่งขันเชิงอำนาจ แต่ส่งเสริมความร่วมมือ การสนทนาและสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ ในสภาวการณ์ที่ยังมีจุดร้อนด้านความมั่นคงหลายพื้นที่ซึ่งอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น เสียงพูดของเวียดนามที่ให้ความสำคัญกับกฎหมายสากล การให้ความเคารพอธิปไตยและการธำรงสันติภาพและเสถียรภาพ ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น รัฐมนตรีช่วย เหงวียนแหม่งเกื่อง กล่าวต่อไปว่า
“เวียดนามได้รับคำชื่นชมเกี่ยวกับการผสมผสานเข้ากระแสโลกและภูมิภาคอย่างกว้างลึกแต่ก็ยังคงรักษานโยบายที่เป็นอิสระและพึ่งตนเองอย่างมั่นคง ด้วยสุนทรพจน์ของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ในเวทีการสนทนาแชงกรี-ลาครั้งนี้ เวียดนามจะส่งสารและทัศนะของประเทศเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของภูมิภาคและโลก”
การที่ผู้นำระดับสูงสุดของเวียดนามเข้าร่วมเวทีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงความคิดในด้านการต่างประเทศของเวียดนาม นั่นคือ จากการ “การเป็นฝ่ายรุกในการปรับตัวเข้าสู่โลก” ไปสู่ “การเป็นฝ่ายรุกมีส่วนร่วมต่อการกำหนดประเด็นระดับภูมิภาคและโลก” นาย เจิ่นเฟือกแอง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสิงคโปร์ยืนยันว่า
“ปีนี้ เมื่อผู้นำสูงสุดของเวียดนาม คือเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ เป็นผู้ขึ้นกล่าวปราศรัยในฐานะวิทยากร จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญและเป็นโอกาสส่งสารของเวียดนาม จากนั้นก็สามารถเห็นได้ถึงสถานะ ชื่อเสียงและเสียงพูดของเวียดนามบนเวทีโลก โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงกลาโหมของภูมิภาคและโลก”
การเยือนประเทศสิงคโปร์และการเข้าร่วมการสนทนาแชงกรี-ลาของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนาม โตเลิม ถือเป็นก้าวเดินด้านการต่างประเทศที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ อันเป็นทั้งการสืบสานแนวทางนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระและพึ่งตนเองของเวียดนามและสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงสถานะที่นับวันเพิ่มสูงขึ้นของเวียดนามบนเวทีโลก ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังเต็มไปด้วยความไร้เสถียรภาพ เวียดนามกำลังแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีความรับผิดชอบ เป็นฝ่ายรุกและพร้อมมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคและโลก.
