(youtube) |
ในกระบวนการปฏิวัติ พรรคฯ รัฐ ระบบการเมืองและประชาชาติเวียดนามมีความซื่อสัตย์และเชื่อมั่นต่อการเลือกเฟ้น โดยตั้งใจก้าวไปสู่สังคมนิยม ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการประยุกต์ใช้ลัทธิมากร์ซ – เลนินอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ในการปฏิวัติเวียดนามเท่านั้น หากยังแสดงความปรารถนาอันชอบธรรมของประชาชาติเวียดนามอีกด้วย นี่คือเส้นทางที่ถูกต้องที่สอดคล้องกับกฎระเบียบของการปฏิวัติ ได้รับการพิสูจน์ในการปฏิบัติที่เป็นจริงและยืนยันความถูกต้อง ซึ่งประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ในสภาวการณ์ที่แนวทางหลายแนวทางของการปฏิวัติได้ประสบวิกฤต แต่แนวทางปฏิวัติที่ประธานโฮจิมินห์เป็นผู้ริเริ่มคือเส้นทางไปสู่สังคมนิยม สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของประวัติศาสตร์และนำการปฏิวัติเวียดนามประสบความสำเร็จ ผ่านช่วงเวลาต่างๆของการปฏิวัติ ผลสำเร็จของการปฏิวัติที่ปลดปล่อยประชาชาติและการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศได้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความถูกต้องของการเลือกเฟ้นดังกล่าว
ในระบบทฤษฎีและความรู้ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต่างยืนยันเป้าหมายการปฏิวัติของพรรคฯ อย่างเสมอต้นเสมอปลายว่า ไม่มีเป้าหมายใดนอกเหนือจากผลประโยชน์ของปิตุภูมิและประชาชน ซึ่งเราสามารถเห็นได้ชัดผ่านการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทั้งพรรคฯ ประชาชนและกองทัพเวียดนามได้เป็นฝ่ายรุกในการแก้ไขอุปสรรค ขจัดโรคระบาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและนำประเทศพัฒนาในยุคชีวิตวิถีใหม่ ผลสำเร็จนี้คือการแปรเป้าหมาย เส้นทางการปฏิวัติที่มุ่งสู่ลักษณะต่างๆของลัทธิสังคมนิยมให้เป็นความจริง เป็นการยืนยันถึงความดีเลิศของระบอบสังคมนิยมในเวียดนาม
ในด้านเศรษฐกิจ เวียดนามได้บรรลุผลที่น่ายินดีต่างๆในทุกด้านของชีวิตสังคม หลังการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศมาเป็นเวลากว่า 35 ปี ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากต่างๆ เศรษฐกิจเวียดนามได้มีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเวลาที่ผ่านมา เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจได้มีขึ้นในทั่วโลกแต่เศรษฐกิจเวียดนามยังคงมีเสถียรภาพ ฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและพัฒนาอย่างยั่งยืน ศักยภาพด้านเศรษฐกิจและพลังความเข้มแข็งโดยรวมได้รับการผลักดัน ค้ำประกันนโยบายสวัสดิการต่างๆเพื่อประชาชน ที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 13 ได้ประเมินว่า “สรุปผล 35 ปีการปฏิบัติภารกิจการเปลี่ยนแปลงใหม่ ประเทศเราไม่เคยมีศักยภาพ สถานะและชื่อเสียงสูงเด่นบนเวทีโลกเหมือนปัจจุบัน”
จากบางปัญหาทางทฤษฎีและการปฏิบัติในความเป็นจริง หนังสือเล่มนี้ของเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เหงียนฟู้จ่อง ได้ยืนยันว่า สังคมนิยมด้วยคุณค่าหลัก ยั่งยืนและดีงามที่มนุษยชาติมุ่งสู่คือสังคมที่ดีเลิศ “เพื่อมนุษย์อย่างแท้จริง การพัฒนาทางเศรษฐกิจควบคู่กับความก้าวหน้าและความยุติธรรมในสังคม สังคมแห่งมนุษยธรรม ความสามัคคี ช่วยเหลือจุนเจือกัน มุ่งสู่คุณค่าที่ก้าวหน้า มนุษยธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลมกลืนกับธรรมชาติเพื่อค้ำประกันสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใสให้แก่มนุษย์ในปัจจุบันและคนรุ่นหลัง เป็นระบบการเมืองที่อำนาจเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”
จากผลสำเร็จของการปฏิวัติเวียดนามบนเส้นทางมุ่งสู่สังคมนิยม ประเทศต่างๆในทั่วโลกได้จับมือกับเวียดนามในหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันนี้ เวียดนามมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 189 ประเทศและมีความสัมพันธ์ที่ดีงามกับทุกประเทศมหาอำนาจ ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เวียดนามมีความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับ 17 ประเทศ ซึ่งในนั้นมี 3 ประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในทุกด้านและ 13 ประเทศหุ้นส่วนในทุกด้าน สิ่งที่น่ายินดีคือ สถานะและชื่อเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้สูงเด่นบนเวทีโลก ประเทศและพรรคต่างๆในทั่วโลกได้รับรองและให้ความเคารพต่อเส้นทางที่เลือกเฟ้นของเวียดนามคือก้าวไปสู่งสังคมนิยม รับรองความพยายามในการสร้างสรรค์และพัฒนาระบอบ โดยถือเป็นตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ สร้างความไว้วางใจต่อเพื่อนมิตรนานาชาติว่า การเลือกเส้นทางก้าวไปสู่สังคมนิยมของเวียดนามคือการมุ่งสู่เป้าหมายด้านมนุษยธรรม สันติภาพ การต่างประเทศที่อิสระ พึ่งพาตนเอง สันติภาพและกลมกลืน

