(VOVworld)-นับเป็นครั้งแรกภายหลัง20ปีของการแยกตัวออกจากยูโกสลาเวีย ยุติสงครามเผ่าพันธุ์ช่วงปี1992-1995 บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา กำลังเป็นที่จับตามองของประชาคมโลกเพราะสถานการณ์ในประเทศได้ตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพอย่างรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยการเดินขบวนประท้วงรัฐบาลได้แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรงที่ไม่เคยมีมาก่อนจนทำให้บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินากลายเป็นจุดร้อนด้านการปะทะใหม่ในยุโรปซึ่งเป็นเรื่องที่ประชามติได้คาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว
การเดินขบวนประท้วงได้เริ่มจากนครทุซลา ศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อวันที่5กุมภาพันธ์และบานปลายกลายเป็นเหตุใช้ความรุนแรงที่เลวร้ายทั้งในกรุงซาราเยโวและนครอีก20แห่งซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน อาคารที่ทำการของรัฐบาลในท้องถิ่นถูกเผาทำลายและผู้ว่าราชการ3นครใหญ่คือทุซลา เซนีกาและซาราเยโวต้องลาออก
เศรษฐกิจตกต่ำ การเมืองแตกแยก คือเหตุผลสำคัญของปัญหา
ชนวนเหตุประการแรกที่สร้างปัญหาในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาคือสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้ได้แยกตัวเป็นประเทศอิสระมาถึง20ปีแต่ประเทศนี้ยังเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรปและบรรดาผู้ประท้วงได้แสดงความไม่พอใจกับความล้มเหลวของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตามข้อมูลการสำรวจจากธนาคารกลาง อัตราการว่างงานของบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาสูงเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปคือยู่ที่ร้อยละ27-44 ซึ่งในนั้นอัตราเยาวชนตกงานสูงถึงร้อยละ25และ1/5ของจำนวนประชากร3.8ล้านคนมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับยากจน โดยทำให้ผู้อำนวยการธนาคารโลกย่านยุโรปตะวันออกตอนใต้อิลเลน โกลด์สตินได้ประเมินว่านี่เป็นตัวเลขที่น่าตกใจและเป็นปัญหาร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน
ความเป็นไปได้ที่อียูจะส่งกำลังทหารไปยังบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา
ต่อความล่อแหลมที่ปัญหาบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาอาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค เมื่อวันที่10กุมภาพันธ์ ข้าหลวงใหญ่สหภาพยุโรปดูแลนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศแคเธอริน แอสตัน ได้เรียกร้องให้ผู้นำของบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาตอบสนองคำเรียกร้องของประชาชนและแสวงหาทางออกให้แก่ประเทศ ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษได้กล่าวว่า การเดินขบวนประท้วงที่บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาเป็นเสมือนการเตือนสติต่อประชาคมระหว่างประเทศ ในขณะที่ตัวแทนระดับสูงระหว่างประเทศเกี่ยวกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา นาย วาแลนติน อินโก ยังได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่อียูจะส่งทหารไปยังบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาหากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงซาราเยโวได้เรียกร้องให้ผู้บริหารบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาสนใจความปรารถนาของประชาชนเพื่อยุติการใช้ความรุนแรง ส่วนนายกฯโครเอเชีย โซรัน มีลาโนวิค ได้เร่งรัดให้อียูให้การช่วยเหลือบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินาโดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาปัจจุบันและผลักดันกระบวนการรับประเทศนี้เข้าเป็นสมาชิก
มาตรการที่มีความเป็นไปได้สูงคือ จัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด
