การชุมนุมประท้วงในสหรัฐ (THX) |
ปัญหาตำรวจผิวขาวใช้ความรุนแรงกว่าเหตุต่อคนผิวสีในสหรัฐเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษ ซึ่งหลายๆครั้งก็ได้บานปลายกลายเป็นเหตุชุมนุมประท้วงที่มีขอบเขตแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างกระแสการชุมนุมประท้วงและการจลาจลทั่วประเทศสหรัฐ อีกทั้งเป็นชนวนให้เกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในหลายประเทศ โดยเหตุผลหลักที่ทำให้การชุมนุมประท้วงบานปลายเป็นวงกว้างและกลายเป็นเหตุความรุนแรงก็เพราะสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนทำให้เศรษฐกิจตกเข้าสู่ภาวะซบเซา บวกกับตัวเลขคนตกงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนผิวสี แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากประชามติ ตามความเห็นของบรรดาผู้สังเกตการณ์ สิ่งที่ประชามติให้ความสนใจมากที่สุดคือ ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐและประเทศต่างๆต้องปรับปรุงนโยบายสำหรับคนผิวสีโดยเริ่มจากการปฏิรูปหน่วยงานตำรวจ
ความต้องการที่เร่งด่วนเกี่ยวกับการปฏิรูปหน่วยงานตำรวจ
นาง Vanita Gupta เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากรมสิทธิพลเมืองสังกัดกระทรวงยุติธรรมในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา โดยปัจจุบันเป็นหัวหน้าองค์กรการประชุมผู้บริหารเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชนในกรุงวอชิงตันได้เรียกร้องให้ทำการตรวจสอบสำนักงานตำรวจเมืองมินนีแอโปลิ ตามความเห็นของนาง Vanita Gupta การดำเนินคดีทางอาญาต่อบุคคลและตำรวจที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมยังไม่เพียงพอเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบที่สั่งสมมายาวนานในสำนักงานตำรวจต่างๆของสหรัฐ
ในทางเป็นจริง การสืบสวนและรายงานต่างๆของรัฐบาลสหรัฐได้ระบุว่า การปฏิรูปหน่วยงานตำรวจถูกยื่นเสนอหลายครั้งในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เช่นการเพิ่มความรับผิดชอบของตำรวจ จำกัดการใช้อาวุธและสร้างความไว้วางใจให้แก่คนในชุมชน แต่ดูเหมือนว่า เรื่องนี้ได้รับการปฏิบัติเพียงผิวเผินเท่านั้น โดยเฉพาะในตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทางการของประธานาธิบดี โดนัล ทรัปม์ ได้ยกเลิกมาตรการต่างๆเกี่ยวกับการปฏิรูปหน่วยงานตำตรวจที่ทางการของประธานาธิบดี บารัค โอบามา เคยทำไว้ เช่น เมื่อปี 2017 นาย Jeff Sessions รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ยกเลิกคำสั่งห้ามตำรวจใช้ยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดี บารัค โอบามา หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ตำรวจใช้รถหุ้มเกราะเพื่อสลายการชุมนุมที่เมือง Ferguson รัฐมิสซูรี ที่มีต้นเหตุจากตำรวจยิงเยาวชนอายุ 18 ปีเสียชีวิต หลังจากนั้น นาย Sessions ได้ฟื้นฟูโครงการ 1033 ที่อนุญาตให้เพนตากอนสามารถสนับสนุนอุปกรณ์และอาวุธหนักให้แก่ตำรวจ
แต่ขณะนี้ เมื่อการชุมนุมประท้วงอย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และยังไม่มีสัญญาณที่จะยุติลง หลายคนหวังว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจนำไปสู่การปฏิรูประยะยาวในสำนักงานตำรวจในรัฐมินนีแอโปลิสและทั่วประเทศสหรัฐ
แรงกดดันต่อทางการประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากประชามติ โดยเฉพาะจากฝ่ายพรรคเดโมแครต แต่ตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ ในทางเป็นจริง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก้ไขปัญหาที่ใหญ่กว่าการเหยียดสีผิวในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของตน โดยนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนที่มีชื่อว่า “เขตที่มีโอกาส” หรือ “Opportunity Zone program” โดยใช้งบ 7 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากเงินลงทุนภาคเอกชนให้แก่เขตชุมชนยากจนซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของคนผิวสี อีกทั้งช่วยเหลือมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย 107 แห่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของคนผิวสีให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยใช้งบ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งจัดทำโครงการบำบัดยาเสพติดในชุมชนคนผิวสี โดยเฉพาะตามรายงานต่างๆ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คนผิวสีมีอัตราว่างงานต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และเมื่อเกิดการแพร่ระบาด นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ถือการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขให้แก่คนผิวสีเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆของรัฐต่างๆ
สำหรับการแก้ไขการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งให้กระทรวงยุติธรรมเปิดการสืบสวนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายที่ทำให้นาย จอร์จ ฟลอยด์ เสียชีวิต ซึ่งในเวลาต่อมาก็ได้มีการเพิ่มข้อกล่าวหาอีกหลายกระทงต่อตำรวจทั้ง 4 นายดังกล่าว
ดังนั้น ตามการประเมินของบรรดานักวิเคราะห์ แรงกดดันที่ใหญ่ที่สุดต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์และทางการสหรัฐในวิกฤตปัจจุบันซึ่งจะส่งผลกระทบที่สำคัญต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้คือต้องทำอย่างไรเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหางานทำ ถ้าแก้ไขปัญหานี้ได้ ประธานาธิบดีสหรัฐก็จะสามารถมีเวลาและพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาการเหยียดสีผิวซึ่งถือเป็นปัญหาที่คั่งค้างมาอย่างยาวนานในสหรัฐแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด./.

