![]() |
กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เผยว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กำลังซับซ้อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การผลิตและการขนส่งสินค้าประสบอุปสรรคมากมายแต่การขยายตัวในการนำเข้าและส่งออกในสองเดือนแรกของปี 2020ยังคงบรรลุร้อยละ 8.4 สูงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทางกระทรวงฯให้ข้อสังเกตว่า การค้าระหว่างประเทศจะประสบอุปสรรคหลายอย่างในเวลาข้างหน้า
ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อการพัฒนาตลาดในต่างประเทศ
ในความเป็นจริง สินค้าที่นำเข้าและส่งออกของเวียดนามในสองเดือนแรกของปี 2020 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าการเกษตรและสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเวียดนามได้ลดลง ดังนั้น นายเจิ่นต๊วนแอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนามได้กำชับให้สำนักงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินและวางแผนรับมือทันที โดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดอาจรุนแรงมากขึ้นในเวลาข้างหน้าในตลาดนำเข้ารายใหญ่ของเวียดนาม เช่น ยุโรป สหรัฐและบางประเทศในเอเชีย “กรมอุตสาหกรรมได้ประสานงานกับกรมนำเข้าและส่งออกและกรมตลาดในต่างประเทศประเมินผลกระทบต่อสินค้าเวียดนามและโอกาสของตลาดใหม่ที่จะมาแทนตลาดเก่า รวมทั้งมาตรการแก้ไขในตลาดที่เรากำลังประสบอุปสรรคต่างๆเพื่อวางมาตรการแก้ไขถึงปลายปีนี้ ค้ำประกันเป้าหมายการผลิต การพัฒนาตลาดและการพัฒนาของระบบห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในตลาดต่างๆ เช่น สาธารณรัฐเกาหลีและจีน”
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ตัวแทนของกรมนำเข้าและส่งออก สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้สำรวจตลาดหลักๆ โดยเฉพาะตลาดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบของโรคโควิด – 19 เพื่อขยายตลาดให้แก่สถานประกอบการเวียดนาม ควบคู่กันนั้นได้เสนอให้สถานประกอบการกลับมาส่งออกไปยังตลาดจีน สาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี นอกจากตลาดสำคัญของเวียดนามคือ อียู สหรัฐและอาเซียน หน่วยงานต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนามยังปฏิบัติมาตรการที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วเพื่อค้ำประกันเป้าหมายการส่งออกท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในทั่วโลก โดยเฉพาะตั้งเป้าไว้ว่า จะเสร็จสิ้นการเตรียมเอกสารให้สภาแห่งชาติให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม – สหภาพยุโรปหรืออีวีเอฟทีเอโดยเร็วเพื่อผลักดันการส่งออกในช่วงปลายปี 2020
ให้ความสนใจต่อการรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ
ควบคู่กับการพัฒนาตลาดในต่างประเทศ ทางกระทรวงฯ ยังกำชับให้สถานประกอบการปฏิบัติมาตรการรักษาความมีเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะให้ความสนใจถึงความได้เปรียบของเวียดนามในขณะที่ข้อตกลงอีวีเอฟทีเอมีผลบังคับใช้เพื่อใช้โอกาสได้อย่างเต็มที่เพื่อขยายความร่วมมือ ผลักดันการส่งออกไปยังตลาดอียูและเพิ่มขีดความสามารถในการแข็งขันในตลาดภายในประเทศ นาย เจิ่นต๊วนแอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนามได้กำชับให้สำนักงานและกรมที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบสินค้าประเภทต่างๆโดยอาศัยคำมั่นในข้อตกลงฉบับนี้เพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาตลาดภายในประเทศ “โครงสร้างของตลาดภายในประเทศ ระบบการขายปลีกและโครงสร้างพื้นฐานของการค้า ต้องเผชิญการแข่งขันจากผลิตภัณฑ์ของยุโรปและหุ้นส่วน ดังนั้น ควบคู่กับการปฏิรูปอุตสาหกรรมและการเกษตร เราต้องปฏิรูปในทุกด้านของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นระบบการค้าและการบริหาร ซึ่งเรื่องนี้ถูกระบุในแผนการปฏิบัติของรัฐบาลแต่ทางกระทรวงฯต้องวางแผน มีวิธีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและรอบด้านมากขึ้น”
ในสภาวการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 มีขึ้นในระยะยาว ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อการผลิตและประกอบธุรกิจของสถานประกอบการ ทางกระทรวงฯได้ให้คำมั่นว่า จะลดขั้นตอนระเบียบทางราชการต่อไปในปี 2020 พร้อมทั้งกำชับให้กรมการค้าอิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลมีมาตรการสนับสนุนสถานประกอบการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของการค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในตลาดภายในประเทศ
การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ต่อการค้าเวียดนาม โดยเฉพาะการส่งออก ดังนั้นในทุกสภาวการณ์ก็ต้องให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อการพัฒนาตลาดเพื่อให้การค้ามีส่วนร่วมต่อการขยายตัวของจีดีพี ควบคู่กันนั้น เวียดนามยังปฏิบัติมาตรการต่างๆเพื่อสนับสนุนสถานประกอบการพัฒนาการผลิตและรักษาความมีเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศเพื่อพยายามบรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจพร้อมกับการรักษาความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคในสภาวการณ์ที่โรคโควิด -19 กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงทั่วโลก .

