นี่ไม่เพียงเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ดำเนินการในวงกว้างเท่านั้น หากยังถ่ายทอดสารสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ด้านการบริหารประเทศของเวียดนาม โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการเป็นผู้นำของพรรคในยุคใหม่
การประชุมได้นำเสนอสาระสำคัญและประเด็นใหม่ของมติและคำสั่ง 6 ฉบับที่ประกาศใช้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ ยุทธศาสตร์งานด้านอุดมการณ์ การศึกษาและปฏิบัติตามแนวคิด คุณธรรม วิธีการปฏิบัติและบุคลิกโฮจิมินห์ ส่งเสริมบทบาทการเดินหน้าและการเป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนจิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ ความกล้าคิด กล้าทำ และกล้ารับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และสมาชิกพรรค งานด้านชาวเวียดนามในต่างประเทศ การพัฒนาพื้นที่และการจัดโครงสร้างพื้นที่เพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นภาคเศรษฐกิจหลัก ซึ่งหัวข้อทั้งหมดล้วนมุ่งตอบคำถามสำคัญเดียวกันว่า เวียดนามจะต้องเตรียมความพร้อมและจัดสรรแหล่งพลังต่างๆอย่างไรเพื่อก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาที่รวดเร็ว ยั่งยืนและมีคุณภาพสูงขึ้น
วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตั้งแต่ส่วนกลางถึงระดับท้องถิ่น
การที่กรมการเมืองพรรคเป็นผู้จัดการประชุมครั้งใหญ่ทั้งโดยตรงและผ่านระบบออนไลน์ทั่วประเทศ จากจุดเชื่อมโยงหลัก ณ อาคารสภาแห่งชาติ กับระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่นสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองอย่างสูงในการสร้างความเป็นเอกภาพทั้งเรื่องความเข้าใจและการปฏิบัติ โดยในบริบทของการทูตและการผสมผสานเข้ากับโลกยุคใหม่ ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศเริ่มต้นจากความเห็นพ้องภายในประเทศ ความโปร่งใสชัดเจนของแนวทางด้านนโยบาย ตลอดจนความเป็นเอกภาพในการนำไปปฏิบัติ เมื่อแนวทางสำคัญเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ด้านอุดมการณ์ รูปแบบการพัฒนาระดับเขต การจัดโครงสร้างพื้นที่เพื่อการพัฒนาประเทศ หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นภาคเศรษฐกิจหลักได้รับการทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ซึ่งเวียดนามได้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังประชาคมระหว่างประเทศว่า เวียดนามมีระบบการเมืองที่เป็นเอกภาพ มีระเบียบวินัย ทำงานในเชิงรุก และมีความน่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ สาระสำคัญทั้ง 6 หัวข้อที่ได้รับการทำความเข้าใจร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ สะท้อนมุมมองใหม่ๆในการมองปัญหาการพัฒนาประเทศท่ามกลางสถานการณ์โลกาภิวัตน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง โดยแนวคิดเรื่องพื้นที่เพื่อการพัฒนาและการเชื่อมโยงส่วนภูมิภาค รวมถึงมติว่าด้วยการพัฒนาส่วนภูมิภาคและการจัดโครงสร้างพื้นที่เพื่อการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินงานในขอบเขตการปกครองที่รับผิดชอบเท่านั้นและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้แหล่งพลังของประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งในมุมมองด้านการต่างประเทศ ประเทศที่มีการวางผังพื้นที่ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันอย่างราบรื่นจะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์จากทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในยุคใหม่
ส่วนในด้านเศรษฐกิจ การกำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นภาคเศรษฐกิจหลักในยุคใหม่ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การเปิดประเทศและการผสมผสานกับประชาคมโลกในเชิงลึก โดยยึดประชาชนและวัฒนธรรมเป็นศูนย์กลางเพื่อดึงดูดมิตรจากนานาชาติและยกระดับภาพลักษณ์และสถานะของเวียดนามในเวทีระหว่างประเทศ
สำหรับมติว่าด้วยงานด้านชาวเวียดนามในต่างประเทศยังคงมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกลุ่มมหาสามัคคีชนทั้งชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศกว่า 6 ล้านคนไม่เพียงเป็นแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่าทั้งด้านองค์ความรู้และเงินทุนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น หากยังเป็น “ทูตสันติภาพ” และสะพานเชื่อมสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ศ.ดร. เหงียน ต๊วนแอง บรรณาธิการใหญ่วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย กล่าวว่า
“วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นของมติและคำสั่งต่างๆในครั้งนี้อยู่ที่การเปลี่ยนจากแนวคิดการพัฒนาในแต่ละด้านสู่การสร้างระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงบุคคลกลไก พื้นที่การพัฒนา และแหล่งพลังทางสังคมเข้าด้วยกัน โดยสิ่งที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือมติและคำสั่งเหล่านี้ให้ความสำคัญอย่างมากกับประชาชนและขีดความสามารถในการลงมือปฏิบัติของประชาชน การพัฒนาไม่ได้ต้องการเพียงเงินทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมั่นของสังคม ความเห็นพ้องร่วมกัน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ และความสามารถในการระดมแหล่งพลังทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่องการพัฒนาระดับเขตและการจัดโครงสร้างพื้นที่เพื่อการพัฒนาประเทศขึ้นใหม่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมโยง ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละท้องถิ่น และใช้แหล่งพังของประเทศให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมเห็นว่า เราสามารถสรุปวิสัยทัศน์นี้ได้ด้วย 3 คำ คือ คน – การเชื่อมโยงและการพัฒนา”
เสริมสร้างความมุ่งมั่น กล้ารับโอกาส
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถือเป็นจุดเปลี่ยน ซึ่งถูกระบุในการประชุมครั้งนี้คือหัวข้อเกี่ยวกับการส่งเสริมบทบาทการเดินหน้าและการเป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนจิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่แบบกล้าคิด กล้าทำ และกล้ารับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และสมาชิกพรรค รวมถึงยุทธศาสตร์งานด้านอุดมการณ์ในสภาวการณ์ใหม่ และสาระสำคัญของคำสั่งกรมการเมืองพรรคว่าด้วยการผลักดันการศึกษาและปฏิบัติตามแนวคิด คุณธรรม วิธีการปฏิบัติ และบุคลิกโฮจิมินห์ ในระยะใหม่แห่งการพัฒนาประเทศ โดยในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับประชาคมโลก จิตใจดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง และการเคลื่อนย้ายห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบราชการที่มีบุคลากรที่มีความกระตือรือร้น กล้าคิดริเริ่มและกล้าสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จะช่วยให้เวียดนามสามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น คว้าโอกาสได้อย่างรวดเร็ว และบริหารจัดการความสัมพันธ์ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองศ. ดร. ด่าว ยวี กว๊าต อดีตรองหัวหน้าคณะกรรมการประจำคณะกรรมการอุดมการณ์และวัฒนธรรมส่วนกลางได้เผยว่า
“การประกาศใช้มติที่ 25 ของกรมการเมืองพรรคว่าด้วยยุทธศาสตร์งานด้านอุดมการณ์ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นการประกาศที่ตรงจุดและถูกต้อง โดยคำว่า ‘ตรงจุด’ หมายถึง มติดังกล่าวออกมาในบริบทที่ประเทศกำลังดำเนินการตามมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 เพื่อนำเวียดนามก้าวเข้าสู่ศักราชแห่งการผงาดเพื่อบรรลุเป้าหมายและความปรารถนาที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูง และก้าวไปสู่สังคมนิยม ส่วนคำว่า ‘ถูกต้อง’ หมายถึง มติฉบับนี้ได้ส่งเสริมบทบาทและความสำคัญเป็นพิเศษของงานด้านอุดมการณ์อย่างเต็มที่
โดยกรมการเมืองพรรคได้ยืนยันอีกครั้งว่า งานด้านอุดมการณ์เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญเป็นพิเศษในกิจกรรมการนำของพรรค โดยเฉพาะในการเดินหน้าเพื่อเปิดทาง เดินไปพร้อมกับการจัดการและนำไปปฏิบัติ และเดินตามหลังเพื่อสรุปบทเรียนจากภาคปฏิบัติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในระดับสูงทั่วทั้งพรรค สร้างฉันทามติในสังคม และปลุกเร้าความปรารถนาอันแรงกล้าในการทำให้ความปรารถนาของประธานโฮจิมินห์และเส้นทางที่ประชาชาติได้เลือกเฟ้นบรรลุผลให้ได้”
ทั้งนี้ แนวนโยบายสำคัญที่ได้รับการทำความเข้าใจร่วมกันในการประชุมวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางการเมืองในวงกว้างเท่านั้น หากยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเข้มแข็งในการลงมือปฏิบัติตั้งแต่การเสริมสร้างรากฐานทางอุดมการณ์ การปลุกเร้าจิตใจ “กล้าคิด กล้าทำ” ของเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดพื้นที่เพื่อการพัฒนา การส่งเสริมพลังแห่งมหาสามัคคีชนทั้งชาติ และการกำหนดภาคเศรษฐกิจหลัก ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมกันเป็นพลังที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ซึ่งเมื่อความเห็นพ้องตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงระดับท้องถิ่นสามารถดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพและราบรื่น เวียดนามไม่เพียงมีความมั่นใจในการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้รวดเร็วและยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและศักยภาพของประเทศที่มีเสถียรภาพ มีความกระตือรือร้นในการดำเนินนโยบาย และเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบในเวทีระหว่างประเทศ./.
