(VOVworld)- เหตุการณ์ที่ทหารอเมริกันในฐานทัพอากาศบาแกรม ทางตอนเหนือของกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถานได้เผาทำลายคัมภีร์อัลกุรอานนั้นไม่เพียงแต่ก่อมรสุมลูกใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอัฟกนิสถานเท่านั้นหากยังส่งผลเสียต่อทางการของทั้งสองประเทศในช่วงที่ถือว่ามีความอ่อนไหวดังปัจจุบันนี้ด้วย.
|
| การปะทะระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงกับผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน (photo: internet) |
ในขณะที่สหรัฐต้องการให้กองกำลังของนาโตมีบทบาทมากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่อัฟกานิสถานนั้น เมื่อวันที่23เดือนนี้เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังทหารมากเป็นอันดับ3ในกองกำลังพันธมิตรได้ถอนกำลังออกจากฐานทัพที่ตาลูกวานภายหลังเกิดเหตุชุมนุมอย่างสันติของกลุ่มชาวอัฟกานิสถานประมาณ300คนบริเวณด้านนอกฐานทัพแห่งนี้ ส่วนเมื่อวันที่25ที่ผ่านมา กองกำลังสนับสนุนความมั่นคงนานาชาติ หรือ ไอเอสเอเอฟประจำในอัฟกานิสถานก็ได้ถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากสำนักงานระดับกระทรวงในกรุงคาบูลและเขตที่ใกล้เคียงด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปรึกษาด้านการทหารสหรัฐ2คนถูกสังหารที่กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน ในขณะที่ฝ่ายค้านในสหรัฐกำลังใช้กรณีดังกล่าวเป็นเครื่องมือเพื่อลดคะแนนนิยมของประธานาธิบดีบารักโอบามาในการหาเสียง และทำเนียบขาวก็ต้องทำการชี้แจงหลังจากที่นายนิวต์ กิงกริช ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันได้ตำหนินายโอบามาว่า การที่นายโอบามาส่งจดหมายขอโทษชาวอัฟกานิสถานตรงกับวันที่ทหารอัฟกานิสถานยิงทหารอเมริกันเสียชีวิต2นายนั้นเป็นความผิดพลาดและน่าอัปยศอดสู และสถานการณ์ยิ่งยากที่จะควบคุมเมื่อกองกำลังตาลิบันในอัฟกานิสถานได้พยายามเรียกร้องให้ประชาชนขยายการชุมนุม เพิ่มการโจมตีและสังหารทหารต่างชาติเพื่อแก้แค้น
ถึงแม้สหรัฐและนาโตสามารถโค่นล้มกลุ่มตาลิบันมานานแล้วถึง10ปีแต่สถานการณ์ความมั่นคงในอัฟกานิสถานก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูและชาวอัฟกานิสถานก็ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแม้แต่วันเดียว โดยความระแวงสงสัยและการเผชิญหน้าระหว่างชาวอัฟกานิสถานกับกองกำลังต่างชาติในประเทศนี้ที่ยืดเยื้อมานานก็มีโอกาสลุกลามอีกครั้งภายหลังเหตุเผาคัมภีร์ อัลกุรอาน ซึ่งได้ทำให้ปัญหาความมั่นคงของอัฟกานิสถานที่มีความซับซ้อนอยู่แล้วนั้นก็ยิ่งยากที่จะควบคุมมากขึ้น./.
