(VOVworld) – ปี 2015 เป็นปีที่ยุโรปต้องเผชิญความผันผวนมากมายซึ่งสร้างความไร้เสถียรภาพและความท้าทายที่รุนแรงที่สุดในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นั่นคือความไร้เสถียรภาพด้านความมั่นคง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างล่าช้าและสัญญาณของความแตกแยกในสหภาพยุโรปเนื่องจากการแก้ไขปัญหาผู้อพยพ
![]() วิกฤตผู้อพยพได้สร้างความแตกร้าวในยุโรป (AFP)
|
ยุโรปต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆที่อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทั้งภายในและนอกภูมิภาค นาย มาร์ติน ชูลซ์ ประธานสภายุโรปได้ยอมรับว่า “1ปีที่เริ่มขึ้นด้วยความหวาดกลัวและเสร็จสิ้นด้วยความหวาดกลัว 1ปีของวิกฤตด้านเศรษฐกิจ สังคมและงานทำที่รุนแรงและ1 ปีที่ประเทศสมาชิกเกิดความแตกแยกอย่างไม่เคยมีมาก่อน”
ปีของเหตุโจมตีก่อการร้ายครั้งต่างๆและวิกฤตผู้อพยพ
การก่อการร้ายและวิกฤตผู้อพยพคือสองปัญหาที่สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงที่สุดในยุโรปในปี 2015 นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
โดยประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีธงชาติสามสีที่เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ ความเสมอภาคและความเมตตาได้กลายเป็นศูนย์กลางของการโจมตีสองครั้งที่สะเทือนขวัญคนทั่วโลก หลังจากเกิดเหตุโจมตีใส่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ ชาร์ลี เอ็บโดในกรุงปารีสเมื่อต้นปี ฝรั่งเศสและประเทศต่างๆในยุโรปเพิ่มการเฝ้าระวังเหตุร้ายในระดับสูง แต่เมื่อเกิดเหตุโจมตีอย่างนองเลือดพร้อมกันหลายจุดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนในกรุงปารีสซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คนได้ทำให้ยุโรปต้องสั่นสะเทือนไปทั่วโดยประเทศต่างๆในยุโรปต้องแสวงหามาตรการเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ถูกเสนอคือการพิจารณาการยกเลิกข้อตกลงเชงเกนซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ชาวยุโรปสามารถเดินทางไปมาระหว่างกันได้อย่างเสรีซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของกระบวนการผสมผสานของยุโรปและเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและประชาธิปไตยที่ยุโรปมุ่งถึง ประเทศสมาชิกอียูยังเห็นพ้องเกี่ยวกับข้อตกลงที่เปิดทางให้แก่การใช้ระบบบันทึกรายชื่อผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินหรือพีเอ็นอาร์ถึงแม้มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงในเขตชายแดนภายในกลุ่มก็ได้รับการปฏิบัติที่เข้มงวดรัดกุมมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
เพื่อขจัดภัยคุกคามจากการก่อการร้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสังคมต้องมีเสถียรภาพแต่สิ่งนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตผู้อพยพครั้งใหญ่นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 โดยกระแสผู้อพยพจากซีเรีย อิรักและอัฟกานิสถานยังคงเดินทางไปยังยุโรปอย่างต่อเนื่องในปี 2015 ตามคำประกาศขององค์กรนานาชาติเพื่อการย้ายถิ่นฐานหรือไอโอเอ็ม จำนวนผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเข้ายุโรปผ่านทางทะเลและทางบกในปี 2015 สูงกว่า 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2014 ถึงกระนั้น ในการประชุมสุดยอดที่มีขึ้นในระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม อียูยังไม่สามารถเห็นพ้องกับมาตรการใดๆเพื่อแก้ไขความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดนี้แทนการใช้มาตรการรับมือเฉพาะหน้าในปัจจุบัน
ยุโรปมีความแตกร้าว
ความขัดแย้งของอียูเคยเกิดขึ้นตอนวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซซึ่งทำให้อียูต้องเผชิญกับความแตกร้าว วิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2015 ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ยุโรปเกิดความแตกแยก โดยเฉพาะความขัดแย้งในการแก้ไขปัญหากระแสผู้อพยพ ยุโรปต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากคือจะให้การช่วยเหลือหรือเพิ่มความเข้มงวดเพื่อรักษาความมั่นคงของตน จนถึงปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกที่ยืนกรานไม่รับโควต้าผู้อพยพและการตั้งถิ่นฐานให้แก่ผู้อพยพ เช่นฮังการี สโลวาเกียและโปแลนด์ ส่วนประเทศสมาชิกอื่นเปิดรับผู้อพยพไม่มากในขณะที่แนวโน้มโดยรวมต่อปัญหานี้คือหาทางเพื่อขัดขวางผู้อพยพเข้าใกล้ชายแดนยุโรป ผู้อพยพไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงและสังคมเท่านั้น หากยังเป็นสาเหตุที่สร้างความแตกแยกด้านศาสนา ชาติพันธุ์และคุกคามต่อสถานะของพรรครัฐบาลเมื่อประชาชนนับวันมีความไม่พอใจและหันมาสนับสนุนพรรคฝ่ายขวาชาตินิยม
เศรษฐกิจยังไม่พื้นตัว
ผลกระทบของวิกฤตการเงินในโลกตั้งแต่ปี 2008 และวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดอาจเป็นเหตุผลหลักซึ่งทำให้เศรษฐกิจยุโรปยังไม่สามารถฟื้นตัวในปี 2015 หากยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว การช่วยเหลือด้านการเงินและมาตรการปฏิรูปได้รับการปฏิบัติแต่ก็ไปเกิดประสิทธิผล อียูยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัญหาหนี้สาธารณะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกรีซและอิตาลี การผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจได้รับการปฏิบัติอย่างล่าช้าและการปฏิบัตินโยบายรัดเข็มขัดยังคงยืดเยื้อต่อไป สำหรับบางประเทศ การปฏิบัตินโยบายรัดเข็มขัดด้านการเงินก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญรองจากการรับมือกับภัยคุกคามก่อการร้าย เช่นผู้นำฝรั่งเศสได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มงบประมาณเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาความมั่นคงและประกาศว่า ฝรั่งเศสไม่สามารถทำให้การขาดดุลงบประมาณแผ่นดินอยู่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ของจีดีพีในปี 2017 ตามที่ได้ให้คำมั่นกับอียูได้ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อของประเทศอียูยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ได้หวังไว้เมื่อปีนี้ไม่สามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปยังรัสเซียเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียกับอียูซึ่งทำให้ยุโรปสูญเสียแหล่งรายได้มหาศาล
ปี 2016 ยุโรปยังไม่สามารถหลุดพ้นจากอุปสรรค
ตามความเห็นของผู้สันทัดกรณี ผลกระทบจากปี 2015 ทำให้ในปี 2016 ยุโรปต้องเผชิญกัยสองวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกัน 1คือวิกฤตเศรษฐกิจจะเปลี่ยนจากกรีซไปเป็นอิตาลีซึ่งทำให้อิตาลีต้องรับมือกับอัตราคนว่างงานในระดับสูงและการหาเงินกู้ สองคือวิกฤตผู้อพยจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากแผนโจมตีก่อการร้าย นอกจากนั้นปัญหาที่อาจรุนแรงกว่าก็คือ บทบาททางการเมืองของบรรดาผู้นำของอียูจะลดลงจนยากที่จะมีปฏิบัติการร่วมภายในกลุ่มและความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจถอนจากอียู ในการประเมินเกี่ยวกับปี 2016 นาย ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมการยุโรปได้ยอมรับว่า ตนยังมองไม่เห็นหนทางใดๆเพื่อหลุดพ้นจากวิกฤต
ปี 2015 ใกล้จะเสร็จสิ้นลง ประเทศยุโรปมีความประสงค์ว่า ช่วงเวลาที่เหลือของปี2015ซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนในยุโรปจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่า ยุโรปยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคในปี 2016 ต่อไป.

