(VOVworld) – แม้เศรษฐกิจโลก ในปี๒๐๑๓จะมีสัญญาณที่น่ายินดี แต่ปัญหาการเมืองและความท้าทายด้านความมั่นคงได้เดินสวนทางดังกล่าวที่ส่งผลกระทบไม่น้อยต่อภาพรวมทางการเมืองโลกจนทำให้ประชามติมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการแก้ไขความขัดแย้งและปัญหาที่ร้อนระอุต่างๆ
![]() |
| การเจรจาระหว่างอิหร่านกับกลุ่มพี๕บวกหนึ่ง(Photo:AFP ) |
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างล่าช้า ขาดความต่อเนื่องและยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ในด้านการเมือง ข้อตกลงที่ได้บรรลุระหว่างประเทศต่างๆเกี่ยวกับปัญหาร้อนระอุของโลกเพียงเป็นก้าวแรกเท่านั้นและจำเป็นต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อก้าวไปสู่การมีมาตรการที่ครอบคลุมในทุกด้าน ส่วนอีกปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญคือ ลัทธิก่อการร้ายสากลที่แผ่ขยายอิทธิพลจนคุกคามความมั่นคงของโลก
กระแสการชุมนุมบานปลาย การพิพาทดินแดนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปี๒๐๑๓ แม้ว่า อิหร่านและกลุ่มพี๕บวก๑ได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์แต่ยังคงมีอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือที่ยังคงตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจซบเซา สังคมมีความแตกแยกอย่างรุนแรง การชุมนุมขนาดใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้หลายประเทศในภูมิภาคนี้ตกเข้าสู่วงจรอุบาทว์ที่ไม่มีทางออก รวมทั้งสงครามในซีเรียและความไร้เสถียรภาพในอียิปต์
ส่วนที่ยุโรป กระแสการชุมนุมก็กลายเป็นเรื่องปกติในสภาวการณ์ที่ประชาชนไม่พอใจต่อนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาลเพื่อฟันฝ่าวิกฤติหนี้สาธารณะ
![]() |
| ฝ่ายค้านในซีเรีย (Photo:AFP ) |
ลัทธิก่อการร้ายสากลแผ่ขยายไปทั่วโลก
ปี๒๐๑๓ เครือข่ายก่อการร้ายสากลอัลกออีดะได้ขยายการก่อเหตุทั่วโลกโดยมีการโจมตีอย่างนองเลือด สังหารประชาชนนับพันคน แม้จะแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆแต่เครือข่ายก่อการร้ายนี้ก็มีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง สถาบันวิจัยSTARTของสหรัฐเผยว่า การใช้ความรุนแรงมีสัญญาณลดลงน้อยมาก โดยอาฟกานิสถานและซีเรียถือเป็นศูนย์กลางการก่อการร้ายสำคัญของโลกที่คุกคามความมั่นคงในเอเชียใต้ เอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือ
นอกจากนี้ กลุ่มก่อการร้ายยังก่อเหตุลอบระเบิดที่เมืองบอสตันในประเทศสหรัฐอเมริกา จัตุรัสเทียนอันเหมิน ประเทศจีนและล่าสุดคือ เหตุวางระเบิดรถบัสโดยสารที่เมืองโวลโกกราดของรัสเซีย
เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างล่าช้า
ภายหลัง๕ปีที่ต้องดิ้นรนกับวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเงินโลกครั้งประวัติศาสตร์นี้นับตั้งแต่ช่วงปี๓๐ของศตวรรษก่อน เศรษฐกิจโลกก็มีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะ ในประเทศที่พัฒนา เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น และบรรดาประเทศยุโรป ในเขตยุโรปโซน ปัญหาความซบเซาทางเศรษฐกิจได้ยุติลงติดต่อกัน๖ไตรมาส ควบคู่กันนั้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือFEDยุติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน โครงการปฏิรูปของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ๓ของโลกก็ประสบผลสำเร็จในเบื้องต้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างๆหลังวิกฤติทำให้บรรดานักวิชาการต้องยอมรับว่า ขณะนี้อาจเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก ยุติวิกฤติที่ยาวนานที่สุดในเกือบ๑ศตวรรษที่ผ่านมาเพื่อกลับสู่กระแสของการเจริญเติบโต
อย่างไรก็ดี นางChristine Lagarde ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศให้ข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าเกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างงาน ที่น่าสนใจคือ เขตยูโรโซนยังคงสร้างความวิตกกังวลเพราะหลายเศรษฐกิจยังไม่สามารถหลุดพ้นจากภาวะลำบากได้ ส่วนเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจแถวหน้าของโลกก็เผชิญกับความเสี่ยงอีกครั้งด้วยการทำร้ายตัวเองในรูปของมาตรการตัดงบรายจ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐโดยอัตโนมัติ


