ในความเป็นจริง ศักยภาพการพัฒนาของแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การประยุกต์ใช้รูปแบบเดียวกันในทุกท้องถิ่น แต่คือการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละแห่งให้เต็มที่ พร้อมเร่งแก้ไขอุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโต ซึ่งท้องถิ่นหลายแห่งได้ให้คำมั่นและมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อการปฏิบัติในช่วงเวลาที่เหลือเร่งก้าวรุดหน้าในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี

แต่ละท้องถิ่นจะใช้มาตรการของตน ร่วมกันมุ่งสู่เป้าหมายร่วม

จังหวัดแทงฮว้ากำหนดให้อุตสาหกรรม นวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ซึ่งควบคู่กับการเร่งดำเนินโครงการขนาดใหญ่ราว 15 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้เริ่มดำเนินงานภายในปีนี้ ทางจังหวัดฯ ยังจัดทำกลไกสนับสนุนระบบนิเวศสตาร์ทอัพ พัฒนาเขตไฮเทคและผลักดันโครงการพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ โดยประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฯ เหงียนหว่ายแอง กล่าวว่า

“จังหวัดแทงฮว้ายังคงผลักดันระบบนิเวศนี้ต่อไปและได้จัดทำร่างโครงการจัดตั้งบริษัทนวัตกรรมและกองทุนที่ลงทุนผจญภัยแล้วเสร็จ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังเร่งก่อสร้างเขตไฮเทคและวางผังการพัฒนารูปแบบเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งดำเนินโครงการคลังสำรองน้ำมันดิบและคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์แห่งชาติในพื้นที่จังหวัดอีกด้วย”

ในขณะเดียวกัน จังหวัดเซินลาได้เลือกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้แก่การเติบโต โดยตั้งเป้าจะดึงดูดเงินลงทุนเพิ่มกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปี เร่งผลักดันโครงการพลังงานและเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงภูมิภาคเพื่อวางพื้นฐานให้แก่การพัฒนาระยะยาว

สำหรับจังหวัดห่าติ๋ง ก็ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่การระดมแหล่งพลังต่างๆ โดยนอกจากเร่งเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐและผลักดันโครงการนอกงบประมาณแล้ว จังหวัดฯ ยังเน้นปฏิบัติโครงการที่เชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมกับการค้ำประกันความมั่นคงด้านพลังงาน นาย ฟานเทียนดิ๋ง ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดห่าติ๋ง กล่าวว่า

“จังหวัดห่าติ๋งสนับสนุนการเร่งรัดปฏิบัติโครงการผลิตอุตสาหกรรมเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การเติบโตในปีต่อ ๆ ไป พร้อมเดินหน้าแก้ไขอุปสรรคให้แก่โครงการที่ยังคั่งค้างอยู่มาเป็นเวลานาน เพื่อระดมพลังต่างๆ ให้แก่การพัฒนา เร่งดำเนินโครงการพลังงานตามการวางผังพัฒนาไฟฟ้า 8 เชื่อมโยงเป้าหมายการเติบโตกับภารกิจการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ จังหวัดยังผลักดันเขตเศรษฐกิจหวุงอ๊างให้พัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตต่อเนื่องจากเหล็กอย่างเข้มแข็ง”

ส่วนจังหวัดยาลายกำหนดให้การเกษตรขนาดใหญ่และการลงทุนภาคเอกชนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างศักยภาพการเติบโตในช่วงหลายปีข้างหน้าและตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 ที่ร้อยละ 10.2 โดยประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดยาลาย ฝ่ามแองต๊วน ยืนยันว่า

“ด้านการเกษตร จังหวัดจะเน้นปรับในการวางผังการใช้ที่ดินเพื่อพัฒนาแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดฯ พร้อมเร่งดำเนินโครงการ 405 โครงการที่ได้รับอนุมัติการลงทุนแล้ว รวมมูลค่ากว่า 350 ล้านล้านด่ง หากโครงการเหล่านี้แล้วเสร็จเร็วตามแผนที่วางใว้ จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการเติบโตร้อยละ 10 ในปี 2026 และระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังเร่งเบิกจ่ายเงินทุนภาครัฐเพื่อค้ำประกันให้เงินทุนทั้งหมดได้รับการเบิกจ่าย”

ส่งเสริมศักยภาพของเตนเอง สร้างพลังความแข็งแกร่งรวมของทั้งระบบเศรษฐกิจ

จุดร่วมของแผนปฏิบัติการของแต่ละท้องถิ่นคือ เน้นอำนวยความสะดวกให้แก่แหล่งลงทุนต่างๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจและสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การเติบโตใหม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่รัฐบาลกำหนดว่า จะมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจ

ในฐานะหัวเรือด้านเศรษฐกิจของประเทศ นครโฮจิมินห์ยังคงแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการธำรงบทบาทผู้นำ นาย เหงวียนวันเดือก ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า

“เพื่อให้การเติบโตบรรลุมากกว่าร้อยละ 10 ในไตรมาส 3 นครโฮจิมินห์ต้องมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 11–11.8 ดังนั้น จึงต้องระดมแหล่งลงทุนภาคเอกชนเข้าใน GRDP ให้ได้และตั้งใจเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐให้ได้ทั้งหมดตามแผนที่วางไว้พร้อมกับการเบิกจ่ายโครงการลงทุนรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 10 ภายในสิ้นปีตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับส่วนกลาง ทางนครฯ ก็เร่งอนุมัติการวางผังทั่วไปของนครภายในเดือนตุลาคมเพื่อดึงดูดการลงทุนในระยะต่อไป”

เป้าหมายการเติบโตให้บรรลุเลขสองหลักนั้นเป็นทั้งความท้าทายและแรงผลักดันให้แต่ละท้องถิ่นปรับเปลี่ยนแนวคิด ระดมพลังทุกแหล่งและใช้ศักยภาพการพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความมุ่งมั่นตั้งใจและการปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียงกันของแต่ละท้องถิ่นไม่เพียงแต่ช่วยสร้างพื้นฐานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเท่านั้น หากยังสะท้อนภาพลักษณ์เกี่ยวกับเวียดนามที่เป็นฝ่ายรุกในการปฏิรูป มีความคล่องตัวและเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าดึงดูดใจในภูมิภาคอีกด้วย