จากเส้นทางเกือบครึ่งศตวรรษที่ร่วมเดินทางกับสหประชาชาติ มาจนถึงแนวทางการพัฒนาเพื่อเป้าหมายพัฒนาประเทศ 100 ปี สารของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้สะท้อนกระบวนการที่เวียดนามกำลังยกระดับสถานะ ขีดความสามารถและรูปแบบการพัฒนาเพื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่
การเปลี่ยนแปลงและยกระดับสถานะ
โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างซับซ้อน ทั้งการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ การปะทะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุปสรรคใหม่ต่อการค้าและการลงทุน ตลอดจนผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ในบริบทดังกล่าว เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ย้ำถึงความต้องการในการเสริมสร้างความไว้วางใจ การให้ความเคารพกฎหมายสากล การส่งเสริมความร่วมมือและการปฏิรูปสถาบันพหุภาคีเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์จริงใหม่
เพื่อมุ่งสู่ความเป็นระเบียบสาลกอย่างเป็นธรรม มีประชาธิปไตยและครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งทุกประเทศต่างมีเสียงพูดและทุกประชาชาติมีโอกาสพัฒนา เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เสนอ 4 ทิศทางใหญ่ ได้แก่ การฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างประเทศต่างๆ บนพื้นฐานแห่งการเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายสากล การส่งเสริมการพัฒนาอย่างเป็นธรรม มีมนุษยธรรม ครอบคลุมและยั่งยืน การเป็นฝ่ายรุกในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยี เพื่อให้ความก้าวหน้ารับใช้มนุษย์และการพัฒนาร่วมกัน และการเสริมสร้างลัทธิพหุภาคีและบทบาทเป็นศูนย์กลางที่ไม่สามารถทดแทนได้ของสหประชาชาติ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังกล่าวถึงปัญหาที่วางไว้สำหรับโลกจากมุมมองประสบการณ์ของเวียดนามว่า
"เส้นทางเกือบครึ่งศตวรรษที่เวียดนามร่วมเดินทางเคียงข้างสหประชาชาติสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนของประเทศเราเอง จากการเป็นผู้รับความช่วยเหลือที่ล้ำค่าในช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงใหม่ ประเทศเวียดนามในวันนี้มีความกระตือรือร้นยิ่งขึ้นในการมีส่วนร่วมต่อภารกิจต่าง ๆ นำความสัมพันธ์เวียดนาม-สหประชาชาติพัฒนากว้างลึก และเป็นรูปธรรมมากขึ้น"
การเข้าร่วมอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพของเวียดนามในเวทีพหุภาคีนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดในหลายด้าน โดยเวียดนามส่งกองกำลังเข้าร่วมกิจกรรมรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ส่งเสริมบทบาทเป็นศูนย์กลางของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมรับภาระหน้าที่ระหว่างประเทศอันยิ่งใหญ่ในเวลาที่จะถึง ซึ่งรวมถึงบทบาทเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือAPEC 2027 เวียดนามยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาการเกษตรและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเคยเป็นโจทย์การพัฒนาของเวียดนามเอง เอกอัครราชทูต โด๋หุ่งเหวียด หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำสหประชาชาติกล่าวว่า
"เวียดนามได้ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ระยะเวลาแห่งการพัฒนาใหม่ และพวกเราไม่เพียงแต่เข้าร่วมและสนับสนุนเวทีพหุภาคีเท่านั้น หากยังมีความกระตือรือร้นและเป็นฝ่ายรุก ในการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้มีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อระเบียบพหุภาคีเพื่อผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติและเพื่อผลประโยชน์แห่งเป้าหมายการพัฒนาของประเทศอีกด้วย"
พลังภายในใหม่ พื้นที่การพัฒนาใหม่
ประเทศเวียดนามที่มีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการปฏิบัติภารกิจระหว่างประเทศ ก็เริ่มจากพื้นฐานแห่งการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการพัฒนาภายในประเทศด้วยการกำหนดความต้องการใหม่สำหรับรูปแบบการเติบโต เลขาธิการใหญ่พรรคประธานประเทศ โตเลิม เผยว่า
"เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมทันสมัย มีรายได้ปานกลางระดับสูงภายในปี 2030 และเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงภายในปี 2045 เวียดนามกำหนดรูปแบบการพัฒนาใหม่โดยอาศัยผลิตภาพคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม ถือวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อน การเติบโตมีความผูกพันกับการพัฒนาวัฒนธรรม ความก้าวหน้า ความยุติธรรมทางสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม"
เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา เวียดนามกำลังสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนา เช่น การยกระดับผลิตภาพแรงงาน คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ การค้ำประกันสวัสดิการสังคมและการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ โดยถือศักยภาพในการพึ่งตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า
"การพึ่งตนเองยังหมายถึงการปรับตัวอย่างกระตือรือร้นและความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกับโลก ดังนั้น เวียดนามจึงยึดมั่นแนวทางการต่างประเทศที่อิสระ พึ่งตนเอง สันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา มีความสัมพันธ์การต่างประเทศหลายรูปแบบหลายฝ่าย"
ควบคู่กันนั้น เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังยืนยันว่า เวียดนามเลือกสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา ยึดมั่นการร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างองค์การสหประชาชาติ ให้ความเคารพกฎหมายสากลและแปรคำมั่นร่วมให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน
สารของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 81 ได้สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ประเทศเวียดนามที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพัฒนาใหม่ด้วยเป้าหมายและความต้องการใหม่ นั่นคือกระบวนการที่ทั้งเสริมสร้างพลังภายใน ควบคู่กับการขยายขอบเขตความร่วมมือ เพื่อให้เวียดนามเดินหน้ามีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นต่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาของโลก.
