นิมิตหมายสำคัญที่สุดในวาระนี้เกี่ยวข้องกับมาตราที่ 10 ของรัฐธรรมนูญปี 2013 ฉบับแก้ไขและเพิ่มเติมที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนปี 2025 โดยข้อกำหนดใหม่ยืนยันว่า “สหภาพแรงงานเวียดนามเป็นองค์กรตัวแทนเดียวของแรงงานในระดับชาติทั้งในด้านความสัมพันธ์ในการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกี่ยวกับสหภาพแรงงาน” ดังนั้น สถานะทางกฎหมายนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับบทบาทขององค์กรเท่านั้น หากยังวางความต้องการที่เร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่กว้างลึกมากขึ้นอีกด้วย

กองกำลังตัวแทนมีความสามารถและความมุ่งมั่นอย่างเพียงพอเพื่อปกป้องแรงงาน

ในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่ สหภาพแรงงานเวียดนามกำลังเผชิญกับความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยโครงสร้างแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวนแรงงานในภาคเอกชนและแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้น ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่องานทำ รายได้และทักษะวิชาชีพของแรงงาน ในขณะที่ความสัมพันธ์ด้านแรงงานก็ดำเนินไปตามกลไกตลาดอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

สถานการณ์ที่เป็นจริงนี้ทำให้สหภาพแรงงานไม่เพียงแต่มีบทบาทดูแลแรงงานเท่านั้น หากยังต้องกลายเป็นกองกำลังตัวแทนที่มีความสามารถ ความมุ่งมั่นและวิธีการที่ทันสมัยอย่างเพียงพอเพื่อปกป้องแรงงานในสภาพแวดล้อมใหม่อีกด้วย

แทนที่จะพึ่งพาแต่เพียงขบวนการรณรงค์แบบเดิม แต่สหภาพแรงงานวาระปี 2026-2031 จะเปลี่ยนไปใช้วิธีการเข้าถึงที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยถือแรงงานเป็นศูนย์กลาง และท้องถิ่นเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติ สหภาพแรงงานจะใช้การสนทนาและการเจรจาเพื่อปกป้องแรงงาน โดยเริ่มต้นจากขั้นตอนการจัดทำนโยบายและการติดตามการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้ง ถือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

ยุคใหม่ของสหภาพแรงงานจะต้องเป็นยุคใหม่ของสหภาพแรงงานระดับท้องถิ่น ซึ่งแนวคิดนี้ต้องการให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานต้องเกาะติดสภาพชีวิตของแรงงานมากขึ้น นาย เหงาะยุวเหียว รองประธานสมาพันธ์แรงงานเวียดนามได้ระบุถึง 5 ประเด็นสำคัญที่ได้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนับหมื่นข้อจากแรงงานทั่วประเทศในการประชุมใหญ่ฯ ว่า

“แรงงานให้ความสนใจเป็นอย่างมากต่อปัญหาต่างๆ เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับการดำรงชีพ ซึ่งเป็นความต้องการที่ชอบธรรมของแรงงาน ค่าแรงที่เพียงพอต่อการดำรงชีพเพื่อให้แรงงานมีเงินออมเอาไว้ใช้เมื่อจำเป็น ประเด็นที่ 2 คือการลดเวลาการทำงาน ซึ่งถูกระบุในมติของสภาแห่งชาติเมื่อปี 2019 การลดอายุเกษียณสำหรับแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสภาพที่ยากลำบากและอันตราย ตลอดจนวันหยุดราชการ”

การพัฒนาสมาชิกสหภาพแรงงาน

ร่างรายงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานเวียดนามสมัยที่ 13 ในการประชุมใหญ่สหภาพแรงงานเวียดนามสมัยที่ 14 วาระปี 2026-2031 หลังจากรวบรวมความคิดเห็น ได้กำหนดเป้าหมายคือ “การพัฒนาเพิ่มสมาชิกสหภาพแรงงานอย่างน้อย 4 ล้านคน” ซึ่งมากกว่าร่างรายงานก่อนการรวบรวมความคิดเห็นถึง 1 ล้านคน

เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ สหภาพแรงงานสมัยใหม่ได้กำหนด 2 ก้าวกระโดด 1 คือ การใช้พื้นที่ดิจิทัล เนื่องจากแรงงานใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลและแสดงความคิดเห็นมากขึ้น สหภาพแรงงานจึงต้องเป็นฝ่ายรุกในการเข้าถึงสภาพแวดล้อมนี้เพื่อเกาะติดปัญหาอย่างใกล้ชิดซึ่งไม่เพียงแต่เป็นมาตรการทางเทคนิคเท่านั้น หากยังเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสามารถให้การช่วยเหลือ แนะแนวข้อมูลและปกป้องแรงงานจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในเชิงรุกอีกด้วย

ประเด็นที่ 2 คือการเพิ่มผลิตภาพแรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สหภาพแรงงานจะไม่จำกัดอยู่แค่แนวคิด “การดูแลแบบเฉยๆ” อีกต่อไป หากจะเดินพร้อมกับการพัฒนาของแรงงาน สหภาพแรงงานจะส่งเสริมให้แรงงานเรียนรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อเป็น “แรงงานดิจิทัล” การดูแลที่ยั่งยืนที่สุดคือการช่วยให้แรงงานยกระดับวิชาชีพ การค้ำประกันงานทำในระยะยาว และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ขบวนการแข่งขันจะได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น โดยเชื่อมโยง “แรงงานที่มีทักษะฝีมือดี” กับ “ผลผลิตสูง” และ “รายได้ที่ดี”

แนวคิดใหม่ของสหภาพแรงงานในช่วงปี 2026-2031 เน้นถึงการสร้างสหภาพแรงงานที่ทันสมัย เป็นรูปธรรม ใกล้ชิดกับแรงงานและมีความสามารถในการปรับตัวสูงขึ้น นั่นคือสหภาพแรงงานที่ยึดมั่นบทบาททางการเมืองและสังคมภายใต้การนำของพรรค และมีความคล่องตัวในกลไกตลาด ดูแลชีวิตของแรงงานเป็นอย่างดีและเดินพร้อมในการยกระดับศักยภาพของแรงงานในระยะยาว ปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของแรงงาน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความทุ่มเท และความรับผิดชอบในการพัฒนาประเทศ.